top of page
ค้นหา

คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ 19-20 กันยายน 2569

รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
อ.อนุชา ทรงศิริ
26 ก.ย.
ยาว 1 นาที

🤝คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ


"ปู่นวล"เกจิดังพิจิตร/ศิษย์สาย"พ่อทบ-ปู่ดู่"

"พ่อไฉน"เกจิดังผู้สืบทอด"ยันต์เสือหัวขาด"

เกจิเขาอ้อ“พ่อท่านเอียด ”วัดขันประชาสรรค์


จับชีพจรวงการพระ"กับ"นายขุนโหร" ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ 19-20 กันยายน 2569 เริ่มด้วย"หลวงปู่นวล อัคคธัมโม" (พระครูพิเศษสุทธิคุณ) อายุ 99 ปี เกจิดังวัดศรีสุทธาวาส (วัดหนอง จอก) ต.ท้ายทุ่ง อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร สมญานาม" เทพเจ้าแห่งท้องทุ่ง"และ “เทวดาของชาวบ้าน” ท่านเป็นสหธรรมิก (มิตรทางธรรม) ร่วมยุคสมัยกับเกจิอาจารย์ชื่อดัง อาทิ หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน, หลวงพ่อพัน วัดหนองจิก, หลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ และ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน


ผู้สืบทอดสายวิชาคมขมังเวทอย่างแท้จริงตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเป็นบุตรบุญธรรมของ พระครูพรหมธรรมาจารย์ (หลวงพ่อเอ๊บ) วัดบ้านลาด ลพบุรี เจ้าตำรับวิชาเล่นแร่แปรธาตุ และยังเป็นหลานแท้ๆของพระครูคำภีร์ วัดหนองตะโก เจ้าตำรับวิชาตัดเหล็กไหล


​นอกจากนี้ ได้ศึกษาวิชาสายหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ผ่านการถ่ายทอดจาก หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง และพระเทพญาณเวที (บุญมา)วัดมงคลทับคล้อ อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร รวมถึงเป็นศิษย์ติดตาม หลวงปู่ศรีนวล วัดนวลศรีสิทธาราม ศึกษาวิชามีดหมอสาย หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ และเรียนวิชาจากครูบาอาจารย์ชื่อดังอีกหลายรูป อาทิ:

​หลวงพ่อเขียน วัดสำนักขุนเณร,หลวงพ่อทบ วัดช้างเผือก,หลวงปู่ดู่ วัดสะแก

แม้ในวัยชรา แต่ท่านยังคงมุ่งมั่นพัฒนาวัดหนองจอกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดสร้างศาลาปฏิบัติธรรม เทพื้นและทำถนนภายในวัดหนองจอก เพื่อให้ญาติโยมและพุทธศาสนิกชนเดินทางมาทำบุญได้อย่างสะดวกราบรื่นต่อไป


🙏พระดีเกจิดังขอนแก่น...พระครูปลัดธนาทร หรือ "หลวงพ่อไฉน ฉนฺทสาโร"วัดสังฆปรีดี อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น

พระเกจิสายวิปัสสนากรรมฐานและเรืองวิทยาคม เป็นศิษย์สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า มีความแตกฉานในวิชาอาคมต่างๆ เช่นอักขระ ยันต์ และวิชาต่างๆไม่ว่าจะเป็น การสักยันต์ ทำตะกรุด ดูดวง ลงทองที่หน้าผาก และเชี่ยวชาญในการเล่นอักขระมากๆ


ท่านเจริญอายุวัฒนมงคล64ปี เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา ผู้คนขนานนามท่านว่า "เทพเจ้าเสือหัวขาด" เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในวิชาสายเสือหัวขาดอันโด่งดังโดยสืบทอดลายสัก"ยันต์เสือหัวขาด” เพียงผู้เดียวจากหลวงปู่วิชิต สิริภัทโท วัดเขานางนม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี สุดยอดยันต์คงกระพัน โดยเริ่มสักยันต์เสือหัวขาดตัวแรกในปีพ.ศ.2540


ท่านเป็นพระที่อัธยาศัยดีเป็นกันเองกับลูกศิษย์ ใครได้มากราบนมัสการจะสัมผัสได้ในความเมตตาของท่าน มีความสุขสบายใจกลับไป เรื่งราวชีวิตของท่านถือว่าน่าสนใจมาก โดยเฉพาะประสบการณ์ในช่วงออกธุดงค์ และได้ออกเหรียญรุ่นแรกที่วัดหนองแก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ.2553 หลังจากท่านเดินธุดงและศึกษาสรรพวิชาอาคม ในป่าเขาลำเนาไพรมานาน


🙏พระดีเกจิดังสายเขาอ้อ...พระครูอาคมสิทธิเวช” หรือ “พ่อท่านเอียด ฐานคฺโค” อายุ 74 ปี เจ้าอาวาสวัดขันประชาสรรค์ ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง หนึ่งในเกจิอาจารย์ที่มีวิชาอาคมกล้าแข็งอีกรูปหนึ่งของเมืองลุงในยุคปัจจุบัน ท่านเป็นศิษย์พุทธาคมของ”พ่อท่านแปลก ปุสฺสเทโว” วัดปากปรน ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลวงน้า, “พ่อท่านหมุน อินทวัณโณ” วัดควนขัน จ.ตรัง, “พระครูทอง สุวณฺโณ” (พ่อท่านทอง) วัดเขาป้าเจ้ และพระครูพัฒนกิจพิจาร (พ่อท่านนุ่น) วัดทุ่งยาว สองพระเกจิอาจารย์ชั้นนำของสายเขาอ้อในอดีต


🙏ที่สำคัญ ท่านมีวิชาที่โดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านและแวดวงพระเกจิอาจารย์ด้วยกันคือ การแก้คุณไสย ลมเพลมพัด เรียกวิญญาณผู้เสียชีวิตและปราบวิญญาณร้ายที่สร้างอันตรายแก่ชาวบ้าน ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่เกิดจากบารมีเฉพาะตัวนี้ ทำให้ท่านได้รับฉายาที่ชาวบ้านเรียกขานกันติดปากว่า “ท่านเอียดปราบผี”และได้รับสมณศักดิ์ที่ตั้งขึ้นเฉพาะองค์ท่านเองคือ "พระครูอาคมสิทธิเวช" วัตถุมงคลยอดนิยมของท่าน อาทิ เหรียญรูปเหมือนรุนแรก,พระขุนแผน,รูปเหมือนบูชา,ท้าวเวสสุวรรณ,ไม้ครูกายสิทธิ์,ตะกรุดมหาปราบ ฯลฯ


 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page