top of page
ค้นหา

พิธีลงฝ่ามือ “นะมหาลาภ นะมหาเศรษฐี” ตำรับ"หลวงพ่อดำรัส"วัดอ่างเสือดำ แปดริ้ว ผู้สืบทอดสายวิชา"พ่อชา/พ่อทบ/พ่อแดง"

รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
อ.อนุชา ทรงศิริ
26 ก.ย.
ยาว 1 นาที

สกู๊ปพิเศษ


พิธีลงฝ่ามือ “นะมหาลาภ นะมหาเศรษฐี”

ตำรับ"หลวงพ่อดำรัส"วัดอ่างเสือดำ แปดริ้ว

ผู้สืบทอดสายวิชา"พ่อชา/พ่อทบ/พ่อแดง"

"วัดอ่างเสือดำ"วัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านอ่างเสือดำ ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา บนเนื้อที่ 36 ไร่ 2 งาน

แต่เดิมเป็นสำนักสงฆ์โดย"นายบุญมี สิหาชาลี" เป็นผู้ที่ขออนุญาตสร้างวัดและจัดตั้งวัดจากกรมการศาสนา โดยได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547


ปัจจุบันมี"หลวงพ่อดำรัส เขมธมฺโม"เป็นเจ้าอาวาส โดยท่านมาบูรณะปฏิสังขรณ์ และได้ก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ อาทิ โบสถ์ทรงอินเดียประยุกต์ซึ่งท่านเป็นผู้ออกแบบ ภายในประดิษฐานพระประธานหน้าตัก 5 เมตร สูง 6 เมตร


ท่านถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2507 (ปีมะโรง) เป็นบุตรของคุณพ่อคร้าม-คุณแม่วิมล แจ้งศรีเสริฐ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน วัยเด็กว่านอนสอนง่าย บิดามารดาพาเข้าวัดรักษาศีลทุกวันพระ เข้าสู่วัยหนุ่มได้ศึกษาหนังสือธรรมะของหลวงพ่อชา สุภัทโธ วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี จนเกิดความเลี่อมใสหันมานั่งสมาธิ ปรากฏว่ารู้สึกนั่งแล้วเบาสบาย ท่านจึงมานั่งสมาธิทุกวัน


ปี 2537 ท่านได้อุปสมบทที่วัดป่าบึงเขาหลวง(สาขาวัดหนองป่าพง) ต.กลางใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี โดยมีพระครูสิริเหมคุณ เป็นพระอุปัฌาย์ พระครูปิยจันคุณ(ชาลี ปิยธฺมโม) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูบรรพตวรกิจ (บุญมี ปิยธฺมโม) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “เขมธมฺโม” แปลว่า"ผู้มีธรรมอันเกษม"


ท่านอยู่จำพรรษาที่วัดป่าบึงเขาประมาณหนึ่งปีกว่า โดยมีพระอาจารย์จันทร์ อินทวีโร เจ้าอาวาส อบรมสั่งสอนด้านปริยัติปฎิบัติ ปริเวท และฝึกกรรมฐานอย่างเคร่งครัด รวมทั้งชี้แนวทางการธุดงควัตร หลังจากนั้นจึงเริ่มเดินธุดงค์มาทางทิศตะวันออก และจำพรรษาที่วัดสวนมะม่วง จ.จันทบุรี แล้วไปยังวัดถ้ำสองพี่น้อง ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ฝากตัวเป็นลูกศิษย์และได้ศึกษาเล่าเรียนพุทธาคมกับหลวงเจริญ ติสฺสวังโส ซึ่งเป็นศิษย์หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ (พระครูวิชิตพัชราจารย์) วัดพระพุทธบาทชนแดน เกจิดังแห่งเมืองเพชรบูรณ์


เมื่อศึกษาเล่าเรียนอยู่เป็นเวลาพอสมควรจึงเดินทางไปเรียนวิชาลงอักขระเลขยันต์ กับหลวงพ่อชอบ ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อแดง รตฺโต(พระครูญาณวิลาศ) วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี เกจิอาจารย์ดังด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย สมญานามว่า “เสื้อเกราะเมืองเพชร”


ต่อจากนั้นท่านได้ค้นหาอาจารย์ทางไสยเวทในเขตภูกระดึงเพื่อศึกษาพุทธาคมอีกด้วย ท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า ชีวิตน้ีจะขอมอบอุทิศให้พระพุทธศาสดา ถ้าเห็นที่ไหนเหมาะแก่การเจริญกรรมฐาน ท่านจะหยุดพักค่ำไหนจำวัดที่นั่น โดยมีโอกาสศึกษาวิชากับฆราวาสขมังเวทย์ท่านหนึ่ง


จากนั้นท่านได้ศึกษาอักขระเลขยันต์กับพระอาจารย์ชอบ ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อช่อ สุญญธิโต วัดเขาวงศ์ จ.ฉะเชิงเทรา ท่านได้มอบวิชาลงยันต์นะพุฒซ้อน (ยันต์นะมหาลาภมหาเศรษฐี) ลงฝ่ามือเพื่อเป็นสิริมงคล เรียกเงิน-เรียกทรัพย์ ท่านยังบอกอีกว่า ผู้ใดที่ได้ลงยันต์นี้ชีวิตจะเจริญรุ่งเรือง กิจการงานก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมา เมตตามหานิยมสูงสุด แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

นอกจากนี้ หลวงพ่อดำรัสยังได้ศึกษาพุทธศาสน์ไสยเวทคาถาอาคม และยันต์เมตตามหานิยมกับหลวงพ่อสาย ยสชาโต(ศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่คง สุวัณโณ)วัดชำป่างาม อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ 4 แผ่นดิน ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย

ทุกวันนี้มีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีนที่เคารพศรัทธาเดินทางมาลงนะมหาลาภมหาเศรษฐี เป็นจำนวนมากในแต่ละวันเพราะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ

ทั้งนี้ วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 2569 เวลา 12.29 น. หลวงพ่อดำรัสจะทำพิธีลงฝ่ามือ “นะมหาลาภมหาเศรษฐี”ตา ตำรับวิชาที่ท่านศึกษามา เพื่อเป็นสิริมงคล ตลอดจนเป็นขวัญและกำลังใจแก่ญาติโยมผู้มีศรัทธา โดยมีพระสงฆ์ 18 รูปเจริญพระพุทธมนต์


สำหรับการเตรียมพิธีครั้งนี้ หลวงพ่อดำรัสให้ความสำคัญกับรายละเอียดของเครื่องประกอบพิธี โดยเฉพาะด้ามไม้ปากกาและโต๊ะสำหรับพิธีจารฝ่ามือ ซึ่งจัดทำจากไม้มงคล 14 ชนิด ที่มีความหมายเป็นมงคลแตกต่างกันคือ


1. ไม้สักทอง 2.ไม้ทองหลาง 3.ไม้ราชพฤกษ์ (คูณ) 4.ไม้ชัยพฤกษ์ 5.ไม้พยุง 6.ไม้ขนุน 7.ไผ่สีสุก 8.ไม้ทรงบาดาล 9.ไม้กันเกรา 10.ไม้ทับทิม 11. ไม้มะยม 12.ไม้มะริด 13.ไม้มะขาม 14. ไม้กาสา


การเลือกใช้ไม้มงคลทั้ง 14 ชนิด สะท้อนถึงความใส่ใจของหลวงพ่อดำรัสในการเตรียมองค์ประกอบของพิธีตามคติและความเชื่อที่สืบต่อกันมา

 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page