มุทิตา90ปี“หลวงปู่สุข ยโสธโร”วัดบ้านเกรียม ศิษย์รุ่นสุดท้ายสายธรรมพ่อพรหมสร(รอด)

สกู๊ปพิเศษวันอาทิตย์
มุทิตา90ปี“หลวงปู่สุข ยโสธโร”วัดบ้านเกรียม
ศิษย์รุ่นสุดท้ายสายธรรมพ่อพรหมสร(รอด)
"คัมภีร์นิวส์"นำเสนอประวัติ“หลวงปู่สุข ยโสธโร” (พระครูสุวัฒน์สังฆกิจ) ร่วมมุทิตาสัการะเนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคลครบ 90 ปี วันที่ 15 ก.ย. 2569 โดยจะจัดงาน ณ วัดบ้านเกรียม ต.ขามเฒ่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 14-15 ก.ย. 2569
กำหนดการวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569
เวลา 15.00 น. พิธีบวงสรวง เวลา 15.39 น. พิธีพุทธาภิเษก เวลา 16.00 น. ถวายมุทิตาจิต หลังเสร็จพิธีมีการรับวัตถุมงคลตามกำหนดการของทางวัด
วันอังคารที่ 15 ก.ย. 2569 เวลา 07.30 น. สมโภชช่วงเช้า และตักบาตร เวลา 08.00 น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ เวลา 08.30 น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่หลวงปู่ เวลา 09.39 น. พิธีมุทิตาจิต เวลา 11.00 น. หลวงปู่พักผ่อน เวลา 13.09 น. พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญเจริญพร สุขแสนล้าน
งานนี้ 2นักชกดัง สามารถ พยัคฆ์อรุณ, ขาวผ่อง สิทธิชูชัย และตลกไจแอนท์ เชิญยิ้ม จะเดินทางไปร่วมงานด้วย จึงขอเชิญศิษยานุศิษย์ร่วมแสดงมุทิตาตามวันเวลาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน
หลวงปู่สุขท่านเกิดวันอังคารที่ 15 กันยายน 2479 ที่บ้านเกรียม ต.ขามเฒ่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา บิดาชื่อ "นายแสน" มารดาชื่อ"นางมี" นามสกุล"มุ่งจุลกลาง" เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 7 คน เมื่ออายุ 7 ขวบ บิดามารดาเสียชีวิตในปีเดียวกัน ท่านจึงอาศัยอยู่กับพี่สาวและพี่ชาย ครอบครัวมีฐานะปานกลาง ประกอบอาชีพ ทำไร่ทำนา เลี้ยงวัวควาย พอเรียนจบชั้นประถม 4 ก็ออกมาช่วยครอบครัวทำมาหากิน
ในสมัยนั้นบ้านเกรียมกับบ้านไพอยู่ไม่ไกลกันมาก ท่านมีโอกาสเข้าไปกราบหลวงพ่อพรหมสร (รอด) ซึ่งขณะนั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านไพ และได้ฝากตัวเป็นศิษย์วัด เฝ้าติดตามดูแลปรนนิบัติหลวงพ่อพรมสร(รอด) ตลอดมา และได้รับการถ่ายทอดวิชา ความรู้ อักขระเลขยันต์คาถาอาคมจนแตกฉาน
เมื่ออายุ 20 ปีได้อุปสมบทที่วัดบ้านเกรียม มีพระอุปัชฌาย์คือพระครูสุวรรณจิลจาภิบาล หลังบวชได้ 1 พรรษา วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2500 หลวงพ่อพรหมสร (รอด) ก็มรณภาพลง ท่านจึงเดินทางไปศึกษาวิชาวิปัสสนากัมมัฎฐานกับหลวงปู่อุ่น ชินปุตโต วัดบ้านเกรียม ต.ขามเฒ่า อ.โนนสูง ซึ่งเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อพรหมสร(รอด)
ท่านเรียนธรรมะและวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงปู่อุ่นจนแตกฉานและเฝ้าดูแลปรนนิบัติจนหลวงปู่อุ่นมรณภาพ ต่อมาได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชากับ"หลวงปู่อินทร์" พระพี่ชายนานถึง 12 พรรษาจึงกราบลาออกปฏิบัติธรรมและสร้างคุณประโยชน์แก่วัดและโรงเรียนทั่วไป
หลังจากหลวงปู่อุ่นมรณภาพ ชาวบ้านบ้านเกรียมได้อาราธนาท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบแทน ต่อมาได้รับตำแหน่งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมที่สำนักเรียนวัดบ้านเกรียม ท่านได้ดำเนินงานจัดหาทุนสร้างอุโบสถ และสร้างซุ้มประตูรั้วรอบวัด รวมทั้งสร้างทางเข้าวัดและโรงเรียน โดยได้ของบโครงการขุดสระลอกคูบึงเก่าจากรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯจำนวน 10 กว่าไร่ อีกทั้งบริจาคปัจจัยที่ได้รับจากญาติโยมมาช่วยเหลืออนามัยและโรงเรียนเป็นประจำทุกปี
เมื่อท่านได้ย้ายมาอยู่ที่วัดหนองบุนนาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมาได้ร่วมสร้างศาลาการเปรียญกับชาวบ้าน และเมื่อท่านมาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แสนสุขสันติธรรม อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ได้สร้างถนนคอนกรีตทางเข้าวัด และเมรุสำหรับฌาปนกิจศพร่วมกับคณะญาติโยมชาวบ้านจนสำเร็จ
ต่อมาท่านย้ายมาจำพรรษาที่วัดทรัพย์อุดมธรรม อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสี มาได้จัดสร้างสาธารณประโยชน์แก่วัด โรงเรียน โรงพยาบาล รพ.สต. และมูลนิธิต่างๆมากมาย
หลวงปู่สุขเป็นพระนักพัฒนา มีญาณแก่กล้า รู้ล่วงหน้าว่าใครจะมาหา มาดีหรือมาร้าย เป็นพระสุปฏิปันโนที่มีจิตเมตตาสูง ท่านจะสงเคราะห์ญาติโยมที่มากราบแบบไม่เลือกแบ่งชั้นวรรณะ ท่านจะเมตตาสงเคราะห์โดยเท่าเทียมกัน แม้อายุ 90 ปี แต่ยังออกโปรดญาติโยมรับบิณฑบาตเช้าทุกวัน แม้จะอาพาธก็ไม่ยอมหยุด โดยท่านจะสวดมนต์ทำวัตรเช้า 3 ชั่วโมง ทำวัตรเย็น 2 ชั่วโมง ไม่เคยขาด ขนาดลูกศิษย์มาขอให้รดน้ำมนต์ ท่านก็สงเคราะห์ให้ทั้งที่ท่านยังอาพาธอยู่เพราะท่านห่วงลูกศิษย์มากกว่าตัวเอง
นับเป็นพระเกจิที่กราบไหว้ได้สนิทใจ ไม่ยึดติดในลาภสักการะ เป็นพระผู้ให้ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวบ้านอย่างแท้จริง



ความคิดเห็น