"หลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง" เทพเจ้าแห่งความเมตตา/สายวิชาขลัง ผู้ให้แสงสว่างทางการศึกษาเด็กชาวเขา
- อ.อนุชา ทรงศิริ

- 9 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
"หลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง"
เทพเจ้าแห่งความเมตตา/สายวิชาขลัง
ผู้ให้แสงสว่างทางการศึกษาเด็กชาวเขา
นับเป็นข่าวเศร้าของแวดวงพระเกจิและชาวเมืองชล เมื่อพระมงคลโมลี วิ. หรือ"หลวงปู่บุญ โสภโณ"ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลหมอนนาง อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ถึงกาลมรณภาพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. 2569 เวลา 18.35 น. ด้วยวัย 95 ปี
ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาและสังคม พระเกจิรูปสุดท้ายสายหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ศิษย์พุทธาคมหลวงปู่เปี่ยม อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง,หลวงปู่เส็ง วัดประจันตคาม, หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน ,หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส,หลวงปู่หิน-หลวงปู่นาค วัดระฆัง,พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน
ช่วงเดินธุดงค์เรียนกับครูอาจารย์ผู้มีวิชาดีหลายสาย อาทิ สายวิชาหลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ, สายอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ ฆราวาสผู้เรืองเวทย์,สายวัดประดู่ทรงธรรม หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
สายหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว,สายหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง,สายหลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด,สายหลวงพ่อหรุ่นเก้ายอด เป็นต้น
ท่านสั่งสมสร้างบุญญาบารมีตั้งแต่พื้นราบฝั่งตะวันออกจรดภูผาป่าดอยขุนเขาทางภาคเหนือ นอกจากมีวิชาครูบาอาจารย์ดีแล้ว สิ่งที่โดดเด่นของท่านคือ ความมีเมตตาอย่างหาที่สุดไม่ได้ กล่าวคือช่วงปี 2530 ท่านธุดงค์ไปทางภาคเหนือบนดอยสูง อาทิ ดอยปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นท้องถิ่นทุรกันดารชาวเขาอยู่กันแบบตามมีตามเกิด เด็กชาวเขาขาดโอกาสทางการศึกษา อยู่อย่างอดยากยากจน ลำบาก ไม่มีอนาคต
ท่านเห็นภาพทุกเวทนาของผู้ยากไร้ ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ ถูกสังคมทอดทิ้ง พูดเขียนอ่านภาษาไทยไม่ได้ ชาวเขาสมัยนั้นนับถือผี ยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนา ท่านจึงเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้รู้จักสวดมนต์ ไหว้พระ รู้จักการเรียนเขียนอ่านภาษาไทย ให้การสงเคราะห์เครื่องอุปโภคบริโภค
ชาวเขาศรัทธาท่านในฐานะพระผู้เมตตา ผู้ให้แสงสว่างแก่ชีวิตจึงเข้ามานับถือพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้
น เด็กผู้ชายก็มาขอบวชเป็นสามเณร โดยนำเด็กชาวเขามาอุปการะเลี้ยงดูให้เรียนหนังสือที่วัดทุ่งเหียง จากเด็กชาวเขาจำนวนสิบ เพิ่มเป็นจำนวนร้อย และหลายๆร้อยคน ท่านได้ตั้งโรงเรียนพระปริยติธรรมและทุนนิธิฯที่วัดทุ่งเหียงเพื่ออุปการะเลี้ยงเด็กชาวเขาเหล่านี้
ท่านสร้างโอกาสให้เด็กผู้ยากไร้มีการศึกษา มีอนาคต สำเร็จการศึกษาระดับเบื้องต้น ระดับอาชีวะจนถึงระดับอุดมศึกษามากมาย โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทน ท่านรับภาระรายจ่ายค่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เครื่องเขียนแบบเรียนทั้งหมด ท่านเลี้ยงเหมือนลูกเหมือนหลาน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นคนดีของสังคม เป็นบุคลากรที่อุดมของประเทศชาติ โดย
ท่านเคยกล่าวไว้ว่า "อีกไม่นานท่านก็ตายแล้ว ความดีต้องรีบทำ ท่านยอมอดดีกว่าให้เด็กๆ เหล่านั้นอด"
หลังมรณภาพ เชื่อกันว่า ท่านยังแผ่เมตตาแก่ศิษยานุศิษย์ไม่หยุด เลขท้าย2ตัวสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 1 มิ.ย. 69 ออกเลขอายุ 95 อย่างน่าอัศจรรย์
แม้ท่านละสังขารไปแล้ว แต่คุณงามความดีเป็นที่ประจักษ์ สร้างวัด สร้างคน สร้างผลงานเป็นรูปธรรม สร้างตำนานพระผู้ให้ สมญานาม"เทพเจ้าแห่งความเมตตา"อย่างแท้จริง














ความคิดเห็น