top of page
ค้นหา

คอลัมน์ย้อนรอยเกจิดัง เปิดประวัติ"หลวงปู่อุ่น"วัดบ้านเกรียมโคราช อาจารย์ของ"ปู่สุข""เกจิดังแห่งหนองบุญมาก

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 25 มี.ค.
  • ยาว 1 นาที

คอลัมน์ย้อนรอยเกจิดัง


เปิดประวัติ"หลวงปู่อุ่น"วัดบ้านเกรียมโคราช

อาจารย์ของ"ปู่สุข""เกจิดังแห่งหนองบุญมาก


ย้อนรอยเกจิดัง"อาทิตย์นี้ขอนำเสนอประวัติอดีตเกจิอาจารย์ดังเมืองหญิงกล้าย่าโม... "หลวงปู่อุ่น ฐิตธัมโม" อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านเกรียม ต.ขามเฒ่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา หนึ่งในเกจิแห่งโนนสูง สหธรรมิกร่วมยุคกับหลวงพ่อพรหมสร (รอด) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไพ เจ้าของเหรียญที่ได้รับความนิยมที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโคราช


ท่านมีนามเดิมว่า "อุ่น" นามสกุล"มุ่งจุลกลาง" เกิดเมื่อปี พ.ศ.2435 ที่บ้านเกรียม ต.ขามเฒ่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ในวัยเด็กได้ช่วยบิดาและมารดาประกอบอาชีพทำนาเรี่อยมา จนกระทั่งอายุ 20 ปี จึงอุปสมบทที่วัดบ้านเกรียมในปี พ.ศ. 2455 โดยมีพระอธิการอยู่ วัดบ้านเกรียม พระอุปัชฌาย์ (ซึ่งท่านเป็นอุปัชฌาย์เดียวกันกับหลวงปู่พรหมสร รอด)


หลังบวชได้เรียนการเขียนการอ่านภาษาไทย ภาษาขอม การสวดมนต์ การทำกิจของสงฆ์ คาถาอาคม การรักษาโรคด้วยสมุนไพร ตลอดจนการปฏิบัติสมาธิ วิปัสสนากรรมฐานจากพระอุปัชฌาย์อยู่จนแตกฉาน จากนั้นท่านได้ออกธุดงค์ไปในที่ต่างๆ


กล่าวขานว่า หลวงปู่อุ่นเป็นพระที่มีพลังจิตสูงมากองค์หนึ่ง ท่านสามารถเสกใบไม้ให้เป็นปลาได้ และสามารถรักษาคนบ้า คนถูกของถูกคุณไสยให้หายขาดได้ ซึ่งหากท่านทราบว่า พระเกจิที่ไหนมีชื่อเสียงในด้านวิชาอาคมทางใด ท่านก็จะไปขอเรียนวิชาด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเขตอำเภอโนนสูง หรือต่างอำเภอและต่างจังหวัดก็ตาม


ท่านเคยจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองพลวงและเคยช่วยหลวงปู่อยู่ ผู้เป็นอุปัชฌาย์ของท่านและหลวงพ่อพรหมสร(รอด) สร้างอุโบสถวัดขามเฒ่า วัดบ้านหนุก วัดบ้านสะพาน วัดบ้านหนองเครือชุด ต่อมาเมื่อหลวงปู่อยู่ วัดบ้านเกรียม มรณภาพ ชาวบ้านเกรียมจึงนิมนต์ท่านขึ้นเป็นเจ้าอาวาส แต่ท่านไม่รับเนื่องจากท่านรักสันโดษ ชอบการปฏิบัติสมาธิภาวนาและวิปัสสนากรรมฐานมากกว่า ท่านจึงขออยู่ในฐานะพระลูกวัดบ้านเกรียม


ชาวบ้านและผู้เลื่อมใสศรัทธาที่ทราบว่าท่านมีวิชาอาคมต่างมาขอความช่วยเหลือจากท่าน ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำมนต์ มาขอเครื่องรางของขลัง หรือมาให้ท่านช่วยรักษาโรคด้วยสมุนไพรและวิชาอาคมให้ อีกทั้งท่านยังช่วยสงเคราะห์ในเรื่องของปัจจัยการก่อสร้างพัฒนาวัดต่างๆ ให้กับผู้ที่มาขอความช่วยเหลือเรื่อยมาจนถึงวาระสุดท้ายท่านมรณภาพในปี พ.ศ. 2520 สิริอายุ 85 ปี 65 พรรษา

วัตถุมงคลยอดนิยมของท่านคือ เหรียญรูปเหมือน รุ่นแรก สร้างประมาณปี 2506-2509 พิมพ์หน้าเล็ก(นิยม) พิมพ์หน้าใหญ่ ,รูปถ่ายขาวดำ


สำหรับศิษย์สืบสายธรรมของหลวงปู่อุ่นที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันคือ "หลวงปู่สุข ยโสธโร” (พระครูสุวัฒน์สังฆกิจ) เกจิดังแห่งหนองบุญมากอายุ 89 ปี ท่านจำพรรษา ณ วัดแสนสุขสันติธรรม ต.หนองบุนนาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ท่านเป็นพระนักพัฒนาที่สมถะเรียบง่าย มีเมตตาธรรมสูง เคยจำพรรษาและช่วยสร้างวัดหลายวัด อาทิ วัดบ้านเกรียม,วัดหนองบุญมาก,วัดทรัพย์อุดมธรรม


หลวงปู่สุขเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านเกรียม และรองเจ้าคณะตำบลขามเฒ่า โดยหลวงปู่อุ่นมีศักดิ์เป็นอาของท่าน และเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อพรหมสร (รอด) และหลวงปู่อุ่นยังเคยได้อยู่ร่วมวัดเดียวกันกับหลวงปู่รอดหลายปี ท่านได้นิมนต์หลวงปู่อุ่นมาจากวัดหนองพลอง อ.โนนสูง มาจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านเกรียมและฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานและอยู่ปรนนิบัติหลวงปู่อุ่นจนถึงวาระที่ท่านมรณภาพพร้อมจัดการงานศพของผู้เป็นครูบาอาจารย์ให้จนเสร็จสิ้น


ด้วยสำนึกรักในวัดบ้านเกิดและหลวงปู่อุ่นผู้เป็นอาจารย์ ล่าสุด ท่านจึงอนุญาติให้จัดสร้าง"เหรียญเจริญพรรุ่นแรก" เพื่อนำรายได้สร้างเจดีย์ให้วัดบ้านเกรียม ซึ่งมีกระแสความศรัทธาอย่างมาก พระเครื่องของท่านมีไม่มากรุ่น แต่ชาวหนองบุญมากเชื่อมั่นในพุทธคุณและประสบการณ์ เช่นเดียวกับเหรียญเจริญพรรุ่นนี้ที่จะเป็นตำนานแน่นอน


 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page