top of page
ค้นหา

พระเกจิดัง “หลวงปู่จันทร์ เตชวโร” วัดนาเลิง

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 13 ก.ย. 2563
  • ยาว 1 นาที









พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองอุบลฯ พระมากเมตตา พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง “หลวงปู่จันทร์ เตชวโร” ปัจจุบัน ท่านสิริอายุ ​81 ปี​ 58 พรรษา​ เจ้าอาวาสวัดนาเลิง​ ต.บัวงาม​ อ.เดชอุดม​ จ.อุบล​ราชธานี​ พระป่าสายกรรมฐาน พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงญาณวิเศษ วัตถุมงคลที่ท่านเมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกได้รับความนิยมในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมอย่างมาก

พระครูบวรจันทโสภณ (จันทร์ เตชวโร)

ท่านเป็นพระป่ากรรมฐาน พระเกจิอาจารย์ ผู้ทรงญาณวิเศษ ศิษย์ในสายพ่อแม่ครูบาอาจารย์ สายวิปัสสนา น้องชายในสายธรรม หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เทพเจ้าด่านขุนทด ผู้สืบทอด​วิชาเขมรจากหลวงปู่เจียม​ อติสโย

สถานะเดิมของท่าน เกิดในตระกูลช่ำชอง วันจันทร์ที่ 10เดือน มีนาคม พ.ศ. 2481 ปีเถาะ ที่เมืองอาจสามารถ จังหวัด ร้อยเอ็ด มีพี่น้องร่วมกัน 4 คน หลวงปู่เป็นคนโตสุด

อุปนิสัยตอนเด็ก ท่านเป็นคนขยันมีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ต่อเพื่อน เป็นเด็กเชื่อฟังพ่อแม่ จนเป็นที่ไว้วางใจ วางงาน ในเวลาพ่อแม่ไม่อยู่ และยังมีความเมตตาต่อสัตว์ มีจิตใจชอบเข้าวัดทำบุญกับยายอยู่เป็นประจำ พอเรียนจบ ป.4 ไม่กี่ปีพ่อแม่ต้องพาอพยพ ครอบครัวเดินทางผ่าความแห้งแล้งแสนลำบากกลางทุ่งกุลาร้องไห้ ที่มีบริเวณกว้างใหญ่กินพื้นที่ 4 จังหวัดและแห้งแล้งเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมืองอาจสามารถ ในขณะนั้น แห้งแล้งอดอยากกันมากครอบครัวหลวงปู่จึงอพยพหาแหล่งทำกินใหม่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ใช้เวลาเดินทางด้วยเท้า 7 วัน 7 คืน บริเวณที่ลาบลุ่ม ครอบครัวหลวงปู่จึงตั้งหลักแหล่งถิ่นฐานที่ทำกินแห่งใหม่ ปัจจุบันคือบ้านพะไล ตำบลทุ่งเหล็ก อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

เหตุสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เมื่ออายุครบ 23 ปี หลวงปู่จึงอยากเข้าศึกษาปฏิบัติธรรมตามที่ตนมีใจมานาน ทางพ่อแม่จึงเห็นว่า ครอบครัวไม่มีอะไรเป็นห่วง น้องสาวก็โตพอที่จะช่วยงานทางบ้านแทนพี่ชายได้ พ่อแม่จึงอนุญาตให้บวชตามความปรารถนา หลวงปู่จึงได้รับอุปสมบทเป็นพระภิกษุ พ.ศ. 2505 ได้ฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า “เตชวโร”

พระภิกษุผู้มีเดชอันประเสริฐ หลวงพ่อนู สาลานุโรโม เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ วัดสว่างบูรพาราม ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ พระอุปัชฌาย์นูท่านเป็นพระเขมรที่เก่งด้านวิชาอาคมสายเขมร แถบนั้น เมื่อหลวงปู่ท่านได้อุปสมบทท่านก็ขยันหมั่นเพียรเล่าเรียนวิชาอาคม อักขระขอม-ธรรม ท่องจำบท 7 ตำนาน 12 ตำนาน แค่ 7 วันท่านก็แตกฉานตำราต่างๆ ครบถ้วน ในช่วงเข้าพรรษาท่านก็ได้เรียนรู้ รู้จักวิธีเจริญกรรมฐานวิปัสสนาตลอดพรรษา กับครูบาอาจารย์สายวิปัสสนาของ หลวงปู่มั่น พอออกพรรษา ผู้เป็นอาจารย์จึงพาออกเที่ยวธุดงค์ฝึกภาวนาเจริญกรรมฐานตามป่าเขาลำเนาไพร ตามถ้ำ ตามป่าช้า มีช้าง เสือ หมี สัตว์ป่า ภูตผีปีศาจ อมนุษย์เล่าอสูรกาย

อยู่รายล้อมเป็นที่วิเวกห่างไกลจากผู้คน เส้นทางที่คณะธุดงค์มุ่งสู่คือเทือกเขาดงพญาไฟซึ่งเป็นป่าอาถรรพ์กินบริเวณกว้างใหญ่ไพรศาลเป็นที่ประลองพระนักปฏิบัติกรรมฐานและเป็นที่ประลองวิชาเหล่าพรานป่า พอถึงป่าลึกทึบผู้เป็นอาจารย์ก็ให้ไปปักกลดหาทำเลที่เหมาะ แต่ให้ห่างๆกันการเดินทางของหลวงปู่วันนั้นคือการเดินแบบไม่หันหลังกลับมุ่งหน้าเดินธุดงค์จนถึงขวบปีฝน วสันตฤดู แล้วพักจำพรรษาตามวัดต่างๆพอ ออกพรรษาท่านก็ปลีกตัวเดินธุดงค์คนเดียวไปจนหายขาดการติดต่อจากคณะธุดงค์ก่อนท่านจะปลีกตัวเดินธุดงค์คนเดียวนั้นผู้เป็นอาจารย์ได้กล่าวว่า “ท่านจันทร์ มีความมุ่งมานะอดทนกว่าภิกษุรูปใดในคณะธุดงค์แม้นปลีกตัวออกวิเวกคนเดียวก็ยิ่งจะเป็นการดีจะได้บรรลุมรรคผลได้เร็วขึ้น” ในขณะท่านเดินธุดงค์คนเดียวท่านได้มีความตั้งใจมากที่จะไปกราบหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ท่านจึงมุ่งหน้าสู่นครราชสีมา ไปกราบหลวงพ่อคูณและได้พักอยู่ศึกษาวิชากับ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธหลายเดือนจนได้นับถือกันเป็น พี่น้อง หลังจากนั้นท่านก็เดินธุดงค์กลับมาแวะ กราบหลวงปู่ดุลย์ อตุโร (พระภิกษุฝ่ายวิปัสสนาธุระศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต) ก่อนที่จะจำพรรษาที่บ้านพะไล ตำบลทุ่งเหล็ก อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี พ.ศ. 2518 จึงได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าคณะตำบลทุ่งเหล็ก หลวงปู่ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลได้ 6 ปีท่านเกิดความเบื่อหน่ายในงานคณะสงฆ์ไม่มีเวลาประพฤติ ปฏิบัติอย่างที่เคย “พระป่าอย่างเราจะมานั่งจับดินสอคงไม่ใช่วิสัย” ปี2524 หลวงปู่จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์บอกหลวงปู่ว่า “ท่านจันทร์ถ้าเบื่อตำแหน่งทางปกครองให้ไปสอบพระอุปัชฌาย์” หลวงปู่ท่านตอบว่า “หากใครสอบได้ก็ช่วยไปสอบแทนผมที ผมจะออกวิเวกอย่างที่เคยทำ” จากนั้นท่านก็ออกเดินธุดงค์ตามลำพังเช่นเคยตามเส้นทางที่ท่านเคยไป ครั้งนี้หลวงปู่ท่านได้เข้าป่าภาวนาจนได้เห็นได้สัมผัสญาณบรมครูผู้เจริญอิทธิบาท 4 สำเร็จด้วยญาณ (เรื่องสำผัสญาณบรมครูนี้ผู้เขียนไม่กล้าถามต่อเพราะเป็นเรื่องลำบากในการตอบของหลวงปู่ผู้ปฏิบัติ หากถามหรือพูดไปในเชิงอวดโอ้อุตริมนุสธรรมท่านจะปราชิกขาดความเป็นสงฆ์ได้) หลังจากนั้นหลวงปู่ท่านจึงเดินธุดงค์ไปจำพรรษาที่ถ้ำทิพย์ปรีดา (ถ้ำช้างเล่น) จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์วิปัสสนากรรมฐาน ชาวบ้านนาเลิงที่ไปทำไร่กาแฟอยู่บริเวณเขาลูกนั้นได้เห็นปฏิปทาหลวงปู่ จึงเกิดความเลื่อมใส จึงปวรณาตน อุปฐากหลวงปู่ในช่วงนั้นอายุก็เข้าถึงหลัก 7 แล้วชาวบ้านจึงอาราธนานิมนต์มาจำพรรษาที่วัดบ้านนาเลิง ตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ในปี 2549 ได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์เป็นพระครู ที่ พระครูบวรจันทโสภณ (ชั้นโท)

ในปี 2557 ได้เลื่อนสมณศักดิ์ พระครูสัญญาบัตรพัดยศ ชั้นเอก ที่ พระครูครูบวรจันทโสภณ

เมื่อปี 2555 หลวงปู่ได้จัดสร้างเหรียญรุ่นแรกเนื้อทองแดงจำนวน 5,000 เหรียญ ได้หมดลงเนื่องจากศิษย์ท่านมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เรื่องราวประวัติหลวงปู่ ยังมีมากมายในการผจญป่าใหญ่และเรื่องอิทธิฤทธิ์ เหนือธรรมชาติ ของอริยบุคคล ไม่นอกเหนือธรรมชาติเกินเลย เพื่อรักษาพ่อแม่ครูบาอาจารย์ให้ดำรงคงไว้ ซึ่งหลักธรรมคำสั่งสอนแห่งพระบรมศาสดา

“หลวงปู่จันทร์​ เตชวโร​“ เอกอุสงฆ์ที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจรูปหนึ่ง

 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page