top of page
ค้นหา

“หลวงปู่สุข ยโสธโร”เกจิดังหนองบุญนาก ศิษย์รุ่นสุดท้ายสายธรรมพ่อพรหมสร(รอด)

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 15 มี.ค.
  • ยาว 1 นาที

สกู๊ปพิเศษ


“หลวงปู่สุข ยโสธโร”เกจิดังหนองบุญนาก

ศิษย์รุ่นสุดท้ายสายธรรมพ่อพรหมสร(รอด)


ทีมข่าวกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คัมภีร์นิวส์ ขอนำเสนอประวัติพระดีเกจิดังที่กราบไหว้ได้สนิทใจอีกรูป...“หลวงปู่สุข ยโสธโร” (พระครูสุวัฒน์สังฆกิจ) อายุ 89 ปี วัดแสนสุขสันติธรรม อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ศิษย์รุ่นสุดท้ายสืบสายธรรม “หลวงปู่รอด พรหมสโร” หรือ “หลวงพ่อพรหมสร” อดีตเกจิดังแห่งวัดบ้านไพ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ที่ชาวโคราชให้ความเลื่อมใสศรัทธา


ท่านเกิดวันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2479 ที่บ้านเกรียม ต.ขามเฒ่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา บิดาชื่อ "นายแสน" มารดาชื่อ"นางมี" นามสกุล"มุ่งจุลกลาง" ท่านเป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 7 คน เมื่ออายุ 7 ขวบ บิดามารดาเสียชีวิต ในปีเดียวกัน ท่านจึงอาศัยอยู่กับพี่สาวและพี่ชาย ครอบครัวมีฐานะปานกลาง ประกอบอาชีพ ทำไร่ทำนา เลี้ยงวัวควาย พอเรียนจบชั้นประถม 4 ก็ออกมาช่วยครอบครัวทำมาหากิน

ในสมัยนั้นบ้านเกรียมกับบ้านไพอยู่ไม่ไกลกันมาก ท่านมีโอกาสเข้าไปกราบหลวงพ่อพรหมสร (รอด) ซึ่งขณะนั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านไพ และได้ฝากตัวเป็นศิษย์วัด เฝ้าติดตามดูแลปรนนิบัติหลวงพ่อพรมสร(รอด) ตลอดมา และได้รับการถ่ายทอดวิชา ความรู้ อักขระเลขยันต์คาถาอาคมจนแตกฉาน


เมื่ออายุครบ 20 ปีได้อุปสมบทที่วัดบ้านเกรียมซึ่งขณะนั้นพระอุปัชฌาย์คือพระครูสุวรรณจิลจาภิบาล หลังบวชได้ 1 พรรษา วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2500 หลวงพ่อพรหมสร (รอด) ก็มรณภาพลง ท่านจึงเดินทางไปศึกษาวิชาวิปัสสนากัมมัฎฐานกับหลวงปู่อุ่น ชินปุตโต วัเบ้านเกรียม ต.ขามเฒ่า อ.โนนสูง ซึ่งหลวงปู่อุ่นและหลวงพ่อพรหมสร(รอด) นั้นเป็นสหธรรมิกกัน


หลวงปู่สุขเล่าเรียนธรรมะและวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงปู่อุ่นจนแตกฉานและเฝ้าดูแลปรนนิบัติจนหลวงปู่อุ่นมรณภาพลง ต่อมาได้ไปขอฝากตัวเป็นศิษย์"หลวงปู่อินทร์"ซึ่งเป็นพระพี่ชายของท่าน โดยได้ปรนนิบัติรับใช้และเล่าเรียนวิชากับหลวงปู่อินทร์นานถึง 12 พรรษาจึงกราบลาออกปฏิบัติธรรมและสร้างคุณประโยชน์แก่วัดและโรงเรียนทั่วไป


หลังจากหลวงปู่อุ่นมรณภาพ ชาวบ้านบ้านเกรียมได้อาราธนาหลวงปู่สุขดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านเกรียมสืบแทน ต่อมาท่านได้รับตำแหน่งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมที่สำนักเรียนวัดบ้านเกรียม ท่านได้ดำเนินงานจัดหาทุนสร้างอุโบสถ และสร้างซุ้มประตูรั้วรอบวัด รวมทั้งสร้างทางเข้าวัดและโรงเรียน โดยได้ของบโครงการขุดสระลอกคูบึงเก่าจากรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯจำนวน 10 กว่าไร่ อีกทั้งบริจาคปัจจัยที่ได้รับจากญาติโยมมาช่วยเหลืออนามัยและโรงเรียนเป็นประจำทุกปี


เมื่อท่านได้ย้ายมาอยู่ที่วัดหนองบุนนาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมาได้ร่วมสร้างศาลาการเปรียญกับชาวบ้าน และเมื่อท่านมาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แสนสุขสันติธรรม อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ได้สร้างถนนคอนกรีตทางเข้าวัด และเมรุสำหรับฌาปนกิจศพร่วมกับคณะญาติโยมชาวบ้านจนสำเร็จ

ต่อมาท่านย้ายมาจำพรรษาที่วัดทรัพย์อุดมธรรม อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ท่านได้จัดสร้างสาธารณประโยชน์แก่วัด โรงเรียน โรงพยาบาล รพ.สต. และมูลนิธิต่างๆมากมาย


ปัจจุบันหลวงปู่สุขจำพรรษา ณ วัดแสนสุขสันติธรรม ต.หนองบุนนาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อโปรดญาติโยมอีกครั้ง ท่านเห็นว่าในชีวิตสามารถสร้างคุณประโยชน์แก่วัดได้หลายวัด โดยที่ตัวท่านมิได้มีเงินทองเลย อาศัยชาวบ้านที่ศรัทธาเลื่อมใสในตัวท่าน มีลูกศิษย์ที่ศรัทธาเข้ามาหาท่านมากมาย บ้างก็มาหาเครื่องรางของขลัง บ้างก็มาให้ท่านสงเคราะห์ช่วยเหลืออาบน้ำมนต์สะเดาะห์เคราะห์ บ้างก็มาทำบุญสร้างกุศลบารมีร่วมกับท่าน


หลวงปู่สุขท่านเป็นพระนักพัฒนา มีญาณแก่กล้า รู้ล่วงหน้าว่าใครจะมาหา มาดีหรือมาร้าย จะมาทำอะไร ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนที่มีจิตเมตตาสูง ท่านจะสงเคราะห์ญาติโยมที่มากราบแบบไม่เลือกแบ่งชั้นวรรณะ ท่านจะเมตตาสงเคราะห์โดยเท่าเทียมกัน แม้อายุย่าง 90 ปี แต่ท่านยังออกโปรดญาติโยมรับบิณฑบาตเช้าทุกวัน แม้จะอาพาธก็ไม่ยอมหยุด โดยท่านจะสวดมนต์ทำวัตรเช้า 3 ชั่วโมง ทำวัตรเย็น 2 ชั่วโมง ไม่เคยขาด ขนาดลูกศิษย์มาขอให้รดน้ำมนต์ ท่านก็สงเคราะห์ให้ทั้งที่ท่านยังอาพาธอยู่เพราะท่านห่วงลูกศิษย์มากกว่าตัวเอง


คาถาประจำตัวหลวงปู่สุข (1) อุดธัง อัดโธ โทอุดธัง อัดอุดฯ พระคาถานี้ (ของหลวงพ่อพรมสร(รอด) สำหรับใช้ทั่วไปแล ใช้ภาวนากลั้นใจเด็ดใบไม้พับเป็นรูป พอพาน (พ) เวลาเข้าผจญอันตราย ต่อสู้ เหน็บไว้ข้างหน้า ถ้าถอยให้เหน็บไว้ด้านหลัง หรือบริกรรมควบกับเหรียญรูปเหมือนท่านก็จะประเสริฐนักแลฯ


(2) ยโสธะโร กิตติคุโณ สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิการิยะ ยโสธะโร พุทธังโหม ธัมมังหอม สังฆังล้อม ปะสิทธิเม พุทธังคุ้ม ธัมมังกัน สังฆังรักษา สัพพะอันตะรายา ปิวินัสสันติฯ ....สำหรับภาวนาก่อนนำเหรียญหลวงปู่ขึ้นคล้องคอ ประเสริฐนักแลฯ


(3) นะมะพะทะ นะชาลีติ ประสิทธิลาภา ปะสันนะจิตตา สัทธาโหนติ ปิยังปัพพะฯ

....ใช้สวดมนต์ภาวนานอน และภาวนาหาลาภ และเสกน้ำล้างหน้าก่อนออกไปประกอบอาชีพดำเนินกิจการงานทั่วไป ประเสริฐนักแลฯ (อย่าลืมน้อมใจตั้ง นโม 3 จบ ก่อนภาวนา ทุกครั้งและทุกบทที่จะใช้คาถานี้)


 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page