เปิดประวัติเกจิดังนครพนม "หลวงปู่สิงห์ พรหฺมโชโต"วัดวิชัย อาจารย์ของ"พระมหาเฮง"วัดโบสถ์สามเสน
- อ.อนุชา ทรงศิริ

- 4 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
ย้อนรอยเกจิดัง
เปิดประวัติเกจิดังนครพนม
"หลวงปู่สิงห์ พรหฺมโชโต"วัดวิชัย
อาจารย์ของ"พระมหาเฮง"วัดโบสถ์สามเสน
"ย้อนรอยเกจิดัง"นำเสนอประวัติพระครูสุทธิพรหมโชติ หรือ"หลวงปู่สิงห์ พรหมโชโต" อดีตเจ้าอาวาสวัดวิชัย ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของภาคอีสาน เป็นศิษย์สืบสายธรรมจากหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน ผู้สร้างพระธาตุท่าอุเทน จ.นครพนม และยังเป็นศิษย์หลวงปู่ญาคูสุ หรือพระครูพิทักษ์อุดมพร ซึ่งเป็นศิษย์ผู้น้องหลวงปู่สนธิ์ สุรชโย วัดท่าดอกแก้วเหนือ ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
ท่านมีนามเดิมว่า "สิงห์ ภูเม็ด" เกิดเมื่อวันพุธที่ 9 ก.ค.2467 เป็นชาวบ้านหนองบาท้าว หมู่ 2 ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม บิดามารดา ชื่อนายสดและนางสุ ภูเม็ด ท่านเป็นบุตรคนที่ 2 หลังจบชั้น ป.4 มีความศรัทธาต้องการบวช บิดามารดาจึงนำไปฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงปู่ญาคูสุ เจ้าอาวาสวัดวิชัยองค์ที่ 2 จึงรับไว้ แต่ยังไม่ให้บรรพชา ให้ห่มผ้าขาวทำวัตรสวดมนต์ทุกวัน
หลวงปู่ญาคุสุเห็นความขยันหมั่นเพียร จึงบอกว่า หากประกอบกิจวัตรรักษาศีลบำเพ็ญเพียรได้ จะพาไปบวชเรียนอยู่สำนักปริยัติธรรมวัดพระธาตุท่าอุเทน กับหลวงปู่สีทัตถ์ โดยบิดามารดาพาขี่ม้าไปที่วัดดังกล่าว
หลวงปู่สีทัตถ์นำไปบวชเณรที่วัดพระธาตุโพนฉัน ฝั่งลาว โดยมีหลวงปู่สีทัตถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะมีอายุ 10 ขวบ อยู่จำพรรษาฝั่งลาวศึกษาในสำนักเรียนหลวงปู่สีทัตถ์ หลังออกพรรษาหลวงปู่ญาคูสุจึงนำกลับสู่มาตุภูมิ
หลังเดินทางกลับสู่วัดบ้านเกิด ได้อุปัฏฐากรับใช้ผู้เป็นอาจารย์ ร่ำเรียนอักขระธรรมลาวโบราณ อักขระขอม วิทยาคมและคาถามนต์สาลิกากับหลวงปู่สนธิ์ วัดท่าดอกแก้ว ก่อนไปฝึกทำตะกรุดหนังเสือและปล่องไม้ไผ่กับหลวงปู่สาย ฐิตปัญโญ วัดขามเตี้ยใหญ่ ต.นาขมิ้น อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม จนเชี่ยวชาญแตกฉาน อีกทั้งฝึกกัมมัฏฐานกับหลวงปู่จันทร์ เขมิโย ที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม และเรียนนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ที่สำนักเรียนวัดดังกล่าว
บวชเณรนาน 16 ปี จึงอุปสมบทที่วัดวิชัย มีหลวงปู่ญาคูสุ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า "พรหมโชโต" แปลว่า "ผู้มีความรุ่งเรืองประดุจพรหม" หลังครบหนึ่งพรรษา จึงออกเดินธุดงค์ตามป่าช้าต่างๆ มุ่งเดินทางไปศึกษาธรรมกับหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม พระเกจิชื่อดังของเมืองไทย ฝึกวิชากัมมัฏฐาน ฝึกจิตคาถา
จากนั้นธุดงค์ไปพบพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ที่วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนกัมมัฏฐาน ฝึกสมาธิ เรียนวิชาแพทย์โบราณและดูฤกษ์ยามนาน 10 ปี หลวงปู่ขาวจึงให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านผือ จ.อำนาจเจริญนาน 10 ปี
ต่อมาหลวงปู่ญาคูสุมรณภาพ จึงกลับมาร่วมงานพระราชทานเพลิง และชาวบ้านได้นิมนต์กลับมารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดวิชัย และเป็นเจ้าอาวาสตามลำดับ
หลวงปู่สิงห์ ท่านเคยเป็นพระธรรมทูตในประเทศแถบอาเซียน เดินทางไปเผยแผ่ธรรมะจารีตธรรม อาทิ ประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซีย เป็นต้น
ด้านวัตถุมงคลที่หลวงปู่สิงห์ จัดสร้างเป็นพระขุนแผนพญาไก่แก้ว รุ่นแรก เนื้อว่าน 108 ซึ่งสร้างน้อยแค่ 299 องค์ และวัตถุเหรียญหลวงปู่สิงห์รุ่นแรกที่ได้รับความนิยมเป็นที่แสวงหาของนักสะสมพระเครื่อง
หลวงปู่สิงห์ละสังขารด้วยโรคชราเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2563 ที่ ร.พ. นครพนม สิริอายุ 97 ปี พรรษา 70
ทั้งนี้ หลวงปู่สิงห์มีศิษย์เพียง 2 รูปคือ
พระมหาเฮง วรวชิโร" (หรือที่มักเรียกกันว่า พระอาจารย์มหาเฮง) วัดโบสถ์สามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ ผู้สืบทอดวิชาการปฏิบัติกรรมฐานและลงอักขระเลขยันต์จากหลวงปู่สิงห์ โดยอยู่รับใช้นานถึง 7 ปี ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคม วิชาพญาไก่แก้ว,วิชาทำตะกรุด และการทำวัตถุมงคลต่างๆ
ศิษย์อีกรูปคือพระครูปลัดวันเฉลิม(ตี๋) สาสโนภาโส เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันวัดวิชัย ซึ่งเป็นหลานของท่าน และเป็นศิษย์พี่ร่วมสำนักเรียนผู้ชักนำพระมหาเฮงเข้ากราบและถวายตัวเป็นศิษย์



ความคิดเห็น