19ม.ค.ร่วมแสดงความอาลัยครั้งสุดท้าย! พระราชทานเพลิง"หลวงปู่ไพบูลย์ สุมงคโล" ณ วัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม จ.เชียงราย
- อ.อนุชา ทรงศิริ

- 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
19ม.ค.ร่วมแสดงความอาลัยครั้งสุดท้าย!
พระราชทานเพลิง"หลวงปู่ไพบูลย์ สุมงคโล"
ณ วัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม จ.เชียงราย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพพระพรหมวชิรคุณ "หลวงปู่ไพบูลย์ สุมงคโล" อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 ผู้บุกเบิกสร้างวัดอนาลโยทิพยาราม และเจ้าอาวาสวัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม ณ เมรุชั่วคราววัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม อ.เชียงของ จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 18-20 ม.ค.69
กำหนดการวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. 69 เวลา 16.00 น. บำเพ็ญพระราชกุศลพระราช ทานในการออกเมรุ ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดเทพนินิมิตสุดเขตสยาม พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์จบ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระสงฆ์ 4 รูปสวดธรรมคาถา พระพิธีธธรรมสวดพระอภิธรรม
วันจันทร์ที่ 19 ม.ค. 69 เวลา 10.00 น. พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพรพระแล้วรับพระราชทานฉัน และจตุปัจจัยไทยธรรม เวลา 14.00 น. พระสงฆ์ 10 รูปบังสุกุล เชิญโกศศพแห่เวียนเมรุ แล้วเชิญขึ้นตั้งบนจิตกาธาน
เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิง วันอังคาร ที่ 20 ม.ค. 69 เวลา 07.30 น. พระราชทานผ้าไตร และภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิ
หลวงปู่ไพบูลย์เป็นพระกรรมฐานในสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ศิษย์เอกของ
พระครูการุณยธรรมนิวาส "หลวงปู่หลวง กตปุญโญ” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสำราญนิวาส อ.เกาะคา จ.ลำปาง ท่านมีปฏิปทาเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านในเขตจังหวัดพะเยาและจังหวัดใกล้เคียง มีความเคร่งครัดต่อการฝึกฝนวิปัสสนากรรมฐาน ด้วยกิตติศัพท์ แห่งคุณงามความดีที่ท่านได้ฟื้นฟูสภาพจากสำนักสงฆ์วิปัสสนาที่ไม่มีอะไรเลย จนกลายเป็นวัดที่โดดเด่นคือ "วัดอนาลโยทิพยาราม" จนเป็นที่นับถือเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ท่านมีนามเดิมว่า “ไพบูลย์ สิทธิ” เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2477 เป็นบุตรของคหบดีชาวอำเภอเกาะคา โยมบิดาชื่อ "นายกองแก้ว" โยมมารดาชื่อ "นางคำสิทธิ" วัยเยาว์ได้พบเห็นแต่สิ่งที่ชักจูงใจให้ใฝ่แต่การบุญ สิ่งที่ชวนให้พิจารณาทุกข์ของสัตว์โลกตลอดมา โดยได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์ จ.เชียงใหม่ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตน จนอายุ 29 ปี จึงเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง มีพระครูธรรมวิวัฒน์ วัดเชตวัน จ.ลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “สุมังคโล” มีความหมายว่า “ผู้มีมงคลดีพร้อม“
หลังจากจำพรรษาและศึกษาธรรมกับ “หลวงปู่หลวง กตปุญโญ” เจ้าอาวาสวัดป่าสำราญนิวาสจนเข้าถึงแก่นธรรมระดับหนึ่งแล้วจึงได้ขยายความเข้าใจเพิ่มเติมโดยออกเดินธุดงค์ตามป่าเขาไปจำพรรษาในภาคอีสาน และกลับขึ้นมาแถบป่าเขาในเขตเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย
ต่อมามีชาวบ้านจากบ้านสันป่าม่วง บ้านสันบัวบก บ้านสันป่าบง มาอาราธนาท่านไปดูสถานที่สำคัญบนดอยสูง ฝั่งกว๊านพะเยาด้านตะวันตก เพื่อสร้างเป็นสำนักสงฆ์ไว้เป็นที่บำเพ็ญกุศลของชาวบ้าน สำนักสงฆ์แห่งนี้ ในเวลาไม่นานได้รับการยกฐานะให้เป็นวัด ชื่อ “วัดอนาลโยทิพยาราม” โดยได้รับประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการ อนุญาตให้เป็นวัดโดยสมบูรณ์ วันที่ 20 มกราคม 2530
ด้านสมณศักดิ์ พ.ศ.2517 เป็น พระครูปลัด ฐานานุกรมในพระเทพวราภรณ์ วัดราชบพิธ กรุงเทพฯ พ.ศ.2524 เป็น พระครูปลัดสัมพิพัฒนญาณาจารย์ฐานานุกรมใน สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร 5 ธันวาคม 2532 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญยก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ "พระปัญญาพิศาล" 12 สิงหาคม 2547 เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ "พระราชสังวรญาณ" 5 ธันวาคม พ.ศ.2551 เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ "พระเทพวิสุทธิญาณ"
28 กรกฎาคม 2562 เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ "พระธรรมวิสุทธิญาณ" พ.ศ.2564 โปรดสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า "พระพรหมวชิรคุณ"
ปลายปี พ.ศ.2556 ด้วยกิตติศัพท์แห่งอาจาระและสุปฏิปันโน ญาติโยมได้ถวายที่ดินที่เคยเป็นที่เพาะปลูกสวนยางพารา ริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยเม็ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย สร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมกลายเป็นวัดที่โดดเด่น คือ "วัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม"
ทั้งนี้ ในสมัยที่หลวงปู่หลวง กตปุญโญ วัดป่าสำราญนิวาสยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยกล่าวยกย่อง หลวงพ่อไพบูลย์ไว้หลายประการ เช่น
1. หลวงพ่อไพบูลย์ เป็นพระที่เก่งนิมิตจากการปฏิบัติธรรม แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ท่านทรงโปรดให้พระอาจารย์ไพบูลย์แปลพระนิมิตที่เกิดจากการปฏิบัติธรรมของพระองค์บ่อยครั้ง
2. หลวงพ่อไพบูลย์ เป็นพระที่เปี่ยมด้วยจาคะเสียสละด้วยการให้ ไม่ว่าจะเป็นให้ (ทาน) ให้อภัย เป็นพระสุปฏิบัติที่ปรารถนาพระโพธิญาณในอนาคตกาล
เมื่อครั้งยังมีชีวิต แม้ท่านดำรงตำแหน่งพระสังฆาธิการชั้นผู้ใหญ่ แต่วัตรปฏิบัติท่านยังคงเรียบง่ายดุจเดิม ยังคงให้การอบรมศีลธรรมแก่สาธุชนที่เข้ามาทำบุญฟังธรรม เน้นให้ประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ตามหลักเบญจศีล เบญจธรรม แม้บั้นปลายชีวิต สังขารเริ่มโรยราไปบ้างตามกาลเวลา แต่จิตใจของท่านยังเข้มแข็ง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรที่พึ่งทางใจให้ญาติโยมศิษยานุศิษย์ และแวดวงพระพุทธศาสนาได้อย่างดีเยี่ยม!
ในการนี้ จึงขอเชิญศิษยานุศิษย์และผู้เคารพศรัทธาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงเพื่อร่วมอาลัยครั้งสุดท้ายน้อมส่ง “หลวงปู่ไพบูลย์ สุมงคโล”สู่แดนนิพพาน






















ความคิดเห็น