top of page
ค้นหา

คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ"ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ 17-18 มกราคม 2568

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 21 ม.ค.
  • ยาว 1 นาที

🤝คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ"


"ปู่ทองมี"หลานปู่ผาง/สายพุทธาคมเขาอ้อ

"ปู่คัมภีร์"วัดป่าพุทธาราม/ศิษย์หลวงปู่หงษ์

"พ่อโพธิ์"วัดแม่น้ำคู้/ศิษย์พ่อสาคร/สายปู่ทิม


จับชีพจรวงการพระ"กับ"นายขุนโหร" ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ 17-18 มกราคม 2568 เริ่มด้วยข้อคิดคำคมประจำวัน"...ทุกคนประสบความสําเร็จในชีวิตได้ โดยไม่จำเป็นต้องสำเร็จเหมือนคนอื่น..."


🙏สุดสัปดาห์นี้แนะนำพระดีเกจิดังอีก 3 รูป...เริ่มด้วยพระดึเกจิดังแห่งอีสานใต้..."หลวงปู่ทองมี สุจิตโต" อายุ96 ปี วัดศิริมังคลาราม (วัดบ้านแดงหม้อ) อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี หลานแท้ๆของหลวงปู่ผาง จิตตฺคฺตโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต จ.ขอนแก่น ศิษย์ผู้สืบทอดวิชาสายเขาอ้อ จากพ่อท่านเทิ่ม,ขุนพันธ์ และผู้รับสืบทอดวิชาตำราจากเสือกรับ จังหวัดตรัง และฝากตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ปัตตานี รวมทั้งครูบาอาจารย์ทางอีสาน อาทิ หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง สายสำเร็จลุน,หลวงปู่บุญ วัดแสงน้อย จ.อุบลราช ธานี และสายฆราวาสอีกมากมายหลายท่าน


สมัยเป็นฆราวาสศึกษาวิชาหมอธรรมอีสาน ฝากตัวเรียนทำน้ำมนต์ธรณีสารจืดกับอาจารย์ทางศรีสะเกษ แล้วลงไปภาคใต้เรียนวิชากับ"เสือกรับ"แห่งเมืองตรัง และเรียนวิชาสายสำนักเขาอ้อกับขุนพันธ์,หลวงปู่เทิ่ม จ.นครศรีธรรมราช และอีกหลายท่าน รวมทั้งฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ จากนั้นกลับมาบวชเมื่ออายุ 59 ปีที่วัดศิริมังคลาราม เรียนวิชากับพระพี่ชายที่เป็นสหธรรมิกกับหลวงปู่ผาง(หลวงลุง) แล้วไปจำพรรษาที่วัดบ้านทัน เรียนวิชากับหลวงปู่ขัน ทำบั้งไฟ ต่อเรือยาวก่อนกลับมาอยู่ที่วัดศิริมังคลารามจนถึงปัจจุบัน


🙏พระดีเกจิดังกาฬสินธุ์..."หลวงปู่คัมภีร์ คำภีโร" อายุ 70 ปี เกจิดังวัดป่าพุทธาราม ต.เหลาใหญ่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ฉายาที่ชาวบ้านเรียก ”หลวงปู่ผ้าดำตาทิพย์“ คือโดยที่จีวรท่านเป็นสี “กรักดำ” คือ สีน้ำตาลอมม่วง ซึ่งพระธุดงค์นิยมใช้กันมาก เพราะกลืนกับธรรมชาติ ก่อนบวชท่านสมัครเป็นทหารรับจ้างปราบคอมมิวนิสต์ ที่เขื่อนน้ำพุง จ.สกลนคร จากนั้นปี2541 อุปสมบทถวายรัชกาลที่ 9 ที่วัดวังตะกู จ.นครปฐม ต่อมาออกธุดงค์ไปภาคเหนือตามตะเข็บชายแดน ไทย-พม่า แล้วธุดงค์ลงภาคใต้ข้ามไปมาเลเซีย จากนั้นธุดงค์ขึ้นมาภาคอีสาน ผ่านไปประเทศลาว ภูเขาควายและไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย,เวียด นาม,ลาว,พม่า, เขมร,มาเลเซีย


ช่วงหนึ่งธุดงค์ไปเรียนวิชากับหลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี จ.สุรินทร์ อยู่หนึ่งปีได้รับถ่ายทอดวิชาการเขียนตะกรุด อักขระเลขยันต์ วิชา "มหาsวย" แล้วไปเรียนวิชาด้านมหาอำนาจ แคล้วคลาดคงกระพันชาตรีกับหลวงปู่ฤทธิ์ วัดชลประทานราชดำริ,เรียนกับหลวงพ่อรวย วัดตะโก และครูบาอาจารย์อีกหลายท่าน หลังธุดงค์มากว่า 20 ปีจึงมาตั้งสำนักปฏิบัติธรรมพุทธประทานพร และตั้งเป็นวัดป่าพุทธารามในปี2559 สร้างความเลื่อมใสเป็นที่พึ่งของชาวบ้านและชุมชน มาให้ท่านสะเดาะเคราะห์ ดูดวง เสริมดวง ตั้งศาล ขึ้นบ้านใหม่ เจิมรถ และทำพิธีมงคลต่างๆ


🙏พระดีเกจิดังสายปู่ทิม..."หลวงพ่อโพธิ์ พุทฺธิสาโร" เจ้าคณะตำบลแม่น้ำคู้

เจ้าอาวาสวัดแม่น้ำคู้เก่า ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ท่านเป็นลูกศิษย์ และศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคมตำรับหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่จากพระอาจารย์ทวน อินฺทวีโร อดีตเจ้าอาวาสวัดแม่น้ำคู้ รวมทั้งเป็นศิษย์สายตรงหลวงพ่อสาคร มนุญโญ วัดหนองกรับ โดยได้ร่วมปลุกเสก และไปกิจนิมนต์แทนหลวงพ่อสาครอยู่บ่อยครั้ง


วัดแม่น้ำคู้เก่าเป็นวัดที่หลวงปู่ทิมท่านสร้าง และวัดที่หลวงพ่อสาครท่านอุปถัมภ์

มาถึงยุคหลวงพ่อโพธิ์ท่านมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรือง สืบสานตำนานและเจตนารมณ์ของหลวงปู่ทิม และหลวงพ่อสาคร โดยท่านบอกว่า องค์หลวงปู่ทิมมาเข้านิมิตบอกให้สร้างกุฏิและรูปเหมือน ณ สถานที่ที่ท่านฝังมงคลสร้างวัดแม่น้ำคู้ไว้


"นายขุนโหร"


 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page