top of page
ค้นหา

คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ"ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ 4-5 เมษายน 2569

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 11 เม.ย.
  • ยาว 1 นาที

🤝คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ"


เกจิล้านนา"ครูบาดวงจันทร์"วัดมะกับตอง

"พ่อวิรัตน์"เกจิกาญจน์/ศิษย์พ่อเที่ยง-ปู่มณี

"พระอาจารย์พล"เกจิเมืองตรัง/สายเขาอ้อ


จับชีพจรวงการพระ"กับ"นายขุนโหร" ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ 4-5 เมษายน 2569 เริ่มด้วยข้อคิดคำคมประจำวัน"...ความสุขที่แท้ไม่ใช่การมีมาก แต่คือการ ‘พอ’ ในสิ่งที่มี..."


🙏สุดสัปดาห์นี้แนะนำพระดีเกจิดังอีก 3 รูป...พระดีเกจิแห่งล้านนา...หลวงปู่ครูบาดวงจันทร์ เขมรโต อายุ 87 ปี67 พรรษา วัดมะกับตอง จ.เชียงใหม่ หรือที่ลูกศิษย์ลูกหาต่างเรียกจนติดปากว่า"ตุ๊ลุงจั๋น"ตามที่ท่านมักเรียกขานนามท่านเอง เป็นพระสุปฏิปันโน ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เคร่งครัดในหลักธรรมวินัย สมถะเรียบง่าย ถ่อมตน ไม่สนใจในลาภยศสรรเสริญ ท่านบวชเรียนตั้งแต่เป็นสามเณรได้ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนกรรมฐานกับหลวงปู่ทอง สิริมังคโล วัดพระธาตุศรีจอมทอง สมัยยังอยู่วัดร่ำเปิงเป็นเวลา1ปี จากนั้นออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยพำนักตามป่าช้าหรือในถ้ำ เพื่อหาความสงบในการบำเพ็ญพระกรรมฐานนั่งสมาธิภาวนา อาทิ ถ้ำผาไท จ.ลำปาง,ถ้ำผาหิ่ง จ.แพร่,ถ้ำแจ้ง จ.ลำปาง,ป่าช้าบ้านใหม่ จ.ลำปาง,ป่าช้านาป้อ จ.ลำปาง,สำนักสงฆ์ปางหละ จ.ลำปาง


ครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนวิธีปฏิบัติภาวนาและวิชาต่างๆ มีหลายท่าน อาทิ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงพ่อจำเนียร หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล ฯลฯ อีกทั้งเคยจำพรรษาอยู่หลายวัด อาทิ วัดสบวิน,วัดต้นโชค,วัดจันทร์ประดิษฐาราม จ.สุราษฎร์ธานี,วัดดวงดี จ.เชียงราย,วัดศรีอริยะเมตตา จ.สุโขทัย,วัดพระธาตุสันดอนจ.ลำปาง, วัดโป่งอ้อ อ.ดอยสะเก็ด,ช่วยงานหลวงปู่ครูบาวงค์ วัดพระบาทห้วยต้ม สร้างเจดีย์ชเวดากอง ฯลฯ ปี2545 ทางคณะศรัทธาวัดมะกับตอง ลูกหลานและศิษยานุศิษย์ เห็นว่าท่านอายุมากจึงนิมนต์กลับมาจำพรรษาที่วัดมะกับตองเพื่อดูแลอุปัฏฐากได้โดยง่าย


🙏พระดีเกจิดังเมืองกาญจน์..."หลวงพ่อวิรัตน์ ฐานวโร" วัดหนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ท่านเป็น 1 ใน 4 ลูกศิษย์สายตรงผู้สืบทอดวิชาจากพ่อเที่ยง น่วมมานา แห่งบ้านมีดี กรุงเทพ สุดยอดสำนักสายคงกระพันชาตรีอันดับต้นๆของเมืองไทย โดยเป็นศิษย์ใกล้ชิดที่เป็นมือสักของพ่อเที่ยงตั้งแต่ปี 2516 ร่วมสำนักกับพ่อหารบุญเลิศ และพ่อป๋อง น่วมมานา และพ่อสมบูรณ์ น่วมมานา แห่งบ้านมีดี ท่านบวชครั้งแรกโดยมีหลวงปู่สุด วัดกาหลง สมุทรสาคร เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วจำพรรษาที่วัดศรีสุทธาราม (กำพร้า) ศึกษาวิชาอาคมและกรรมฐาน จากหลวงปู่มณี อมโร (ศิษย์หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน) แล้วไปขอเรียนกรรมฐานกับพ่อเที่ยง


🙏ต่อมาสึกไปเป็นทหาร 2 ปี หลังปลดไปเรียนวิชาอาคมกับพ่อเที่ยงอีกได้รับการสอนวิชาต่างๆและครอบเข็มสักให้ โดยช่วยสักยันต์ ในงานไหว้ครูอยู่หลายปี แล้วบวชอีกครั้งที่วัดป้อมวิเชียรโชติการาม จากนั้นอยู่ปรนนิบัติและเรียนวิชากับหลวงปู่มณี วัดกำพร้า โดยเป็นผู้จารตะกรุดไม้รวกให้หลวงปู่มณีจนท่านมรณภาพ แล้วออกธุดงค์ไปจำพรรษาที่จ.ราชบุรี กระทั่งปี2550 พระครูพิมลกาญจนธรรม (บรรหาญ) เจ้าอาวาสวัดหนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นลูกศิษย์นิมนต์ให้มาจำพรรษาที่วัดในฐานะประธานสงฆ์วัดหนองฝ้าย


🙏พระดีเกจิดังเมืองตรัง...พระครูสุธรรมโศภณ หรือ "พระอาจารย์พล เตชพโล" เจ้าคณะตำบลห้วยยอด เจ้าอาวาสวัดเขาห้วยแห้ง ต.เขาปูน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ท่านเคยศึกษาในตำราตักศิลาเขาอ้อกับ"พ่อท่านคล้อย" วัดภูเขาทอง จ.พัทลุง หนึ่งในศิษย์ยุคแรกๆของสายเขาอ้อ โดยสืบทอดวิชา"นะหน้าทอง" เดิมท่านตั้งใจบวชเพียง 2 เดือน แต่กลับกลายเป็นพระเกจิผู้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ตลอดชีวิต ด้วยแรงศรัทธาและบุญบารมีในทางธรรม คืนเดียวสามารถท่อง “อิติปิโสถอยหลัง” ได้ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนของชะตากรรมจากผู้คิดลาสิกขาสู่ผู้รักษาวิชาสายเขาอ้อ และสำเร็จนักธรรมชั้นเอก


ท่านถือเป็นพระเกจิที่สืบทอด “ภูมิปัญญาสายเขาอ้อ” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของวิชาอาคมภาคใต้ และเป็นหนึ่งในพระอาจารย์ที่ได้รับการยอมรับในวงการพระเครื่องและผู้ศึกษาพุทธาคมในพื้นที่ภาคใต้และประเทศมาเลเซีย ซึ่งวัดเขาห้วยแห้งเป็นดินแดนแห่งถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ตำนานทวดย่า–ทวดปู่ พ่อพรานบุญ ปู่จ้าสมิงพราย และปาฏิหาริย์เหล็กไหล เกือบ30ปีที่ท่านปกครองวัดแห่งนี้ได้สร้างความเจริญและสร้างศาสนสถานเพื่อกิจของสงฆ์ โดยได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “เพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ในถ้ำ” แห่งเมืองตรัง


"นายขุนโหร"


 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page