คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ"ประจำวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569

🤝คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ"
22ตค.มุทิตา105 ปีพระเทพมงคลวชิโรภาส
"พ่อเมียน"เกจิวัดบ้านจะเนียง/ศิษย์ปู่สรวง
จับชีพจรวงการพระ"กับ"นายขุนโหร" ประจำวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 เริ่มด้วยข้อคิดคำคมประจำวัน ".. จะใช้เหตุผลกับใครต้องดูให้ดี เพราะบางคนใช้ด้วยแล้วก็ไม่มีประโยชน์..."
🙏"คัมภีร์นิวส์"รายงาน วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2569 ขอเชิญศิษยานุศิษย์ร่วมถวายมุทิตาสักการะ อายุวัฒนมงคล 105 ปี พรรษา 85 พระเทพมงคลวชิโรภาส (วิสิทธิ์ นนฺทิโย น.ธ.เอก, ป.ธ.5, พธ.ด.กิตติ์) ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดภคินีนาถ วรวิหาร เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
ณ ศาลาอนุรักษ์ วัดภคินีนาถ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
พระเทพมงคลวชิโรภาส เป็นชาอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เกิดวันที่ 21 ตุลาคม 2465 พศ.2477 เป็นเด็กวัดภคินีนาถและบรรพชาอุปสมบท เล่าเรียนปริยัติธรรมและบาลีจนสอบได้นธ.เอกและเปรียญธรรม 5 ประโยค พศ.2500 เรื่องที่ต้องจารึกไว้คือ ท่านเป็นศิษย์เรียนแปลบาลี ปธ.3 กับอาจารย์ นอ.แย้มประพัฒน์ทอง นักปราชญ์ภาษาบาลีชื่อดังของไทยด้วย
เมื่อเรียนบาลีได้พอสมควร เคยเป็นคณะทำงานช่วยพระธรรมคุณาภรณ์ (ฟื้น) ต่อมาเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยาที่จัดอบรมพระสงฆ์ในวิชาการต่างๆ เช่นอบรมครู ที่นี่ท่านมีผลงานดีจึงได้รับแต่งตั้งเป็นสาธารณูป การอำเภอปากเกร็ด (แต่ตัวอยู่วัดภคินีนาถ)
ปีพศ. 2502 ถูกขอตัวไปช่วยงานวัดใหญ่สว่างอารมณ์ อ.ปากเกร็ด และดูแลหลวงพ่อพระนันทวิริยาจารย์ (กุหลาบ)เจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอที่ป่วยด้วยโรคขั้วปอดอักเสบจนกระทั่งมรณภาพ โดยอยู่วัดสว่างอารมณ์ 5 พรรษาก็ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าคณะอำเภอปากเกร็ดให้เป็นเจ้าอาวาสวัดกลางเกร็ดที่ขณะนั้นทรุดโทรมมาก แต่ด้วยความสามารถของท่านทำให้กลายเป็นวัดที่พัฒนาและทันสมัย จนกระทั่งจอมพลถนอม กิตติขจร สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มาเยี่ยมวัดด้วยความอัศจรรย์ใจเช่นกัน
ท่านอยู่วัดกลางเกร็ดรวม 45 ปี คณะสงฆ์แต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอปากเกร็ด จนกระทั่งอายุ 80ปี จึงเกษียณ ปีพศ.2551 ขณะอายุ86 ปี เกิดเหตุการณ์พลิกผันเมื่อมหาเถรสมาคมแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดภคินีนาถพระอารามหลวง และดำรงอยู่จนถึงทุกวันนี้
🙏พระดีเกจิดังบุรีรัมย์...หลวงพ่อเมียน กัลยาโณ อายุ89 ปี วัดจะเนียงวนารามต.สูงเนิน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ พระเกจิอาคมขลังสายเขมรมีเมตตาสูง ท่านเป็นสหธรรมิกที่สนิทกับหลวงปู่เจียม วัดกระมอล ซึ่งบวชเรียนมาด้วยกัน รวมทั้งเป็นสหธรรมิกรุ่นน้องหลวงปู่ธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทเขาพนมดิน จ.สุรินทร์
ท่านศึกษาวิชาอาคมจากพระอาจารย์ฝั่งกัมพูชาถึง 12 ท่าน โยมปู่ถ่ายทอดวิชาทำหุ่นพยนต์ให้ ท่านบวชพระที่กัมพูชา เมื่อเกิดสงครามภายในประเทศจึงลาสิกขาลี้ภัยมาอยู่ที่ อ.ตาพระยาและบวชอีกครั้งที่วัดหนองติม มี"หลวงพ่อแผน"เป็นอุปัชฌาย์ จากนั้นออกจำพรรษาไปยังวัดต่างๆหลายจังหวัด ช่วงที่อยู่ศรีสะเกษฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่สรวง (เทวดาเล่นดิน) ศึกษาวิชาอาคมจนแตกฉาน พระเครื่องและเครื่องรางของท่านสร้างตามตำราอาคมเขมร มีประสบการณ์มากมาย
"นายขุนโหร"



ความคิดเห็น