top of page
ค้นหา

คอลัมน์"ย้อนรอยเกจิดัง" ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 ก.พ. 2566 “หลวงพ่อรวย จันทสิริ” วัดท่าเรือ

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 19 ก.พ. 2566
  • ยาว 2 นาที

คอลัมน์"ย้อนรอยเกจิดัง"

ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 ก.พ. 2566

“หลวงพ่อรวย จันทสิริ” วัดท่าเรือ

เกจิระยอง”สายเมตตา-แคล้วคลาด”

ร่วมยุคหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

"ย้อนรอยเกจิ"อาทิตย์นี้ขอนำเสนอประวัติอดีตพระเกจิชื่อดังแห่งจังหวัดระยองที่มีนามมงคลว่า"รวย"อีกหนึ่งท่านคือ พระครูสุนทรธรรมานุศาสก์ หรือ 'หลวงพ่อรวย จันทสิริ' วัดท่าเรือแกลง ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง ที่ชาวเมืองระยองให้ความเลื่อมใสศรัทธา ชื่อเสียงของหลวงพ่อรวยนั้นโด่งดังเป็นที่รู้จักของวงการพระเครื่องส่วนกลางในช่วงปี2517- 2520 ไล่เลี่ยกับหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

แต่อาจเป็นเพราะตอนนั้นหลวงพ่อรวยยังเป็นพระที่มีอายุไม่มาก แค่ 60 กว่าๆ แต่หลวงปู่ทิมอายุปาเข้าไปเกือบร้อยปี อีกทั้งในช่วงนั้นก็ยังมีหลวงพ่อหอม วัดชากหมากและหลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า ที่โด่งดังและอาวุโสกว่าหลวงพ่อรวย

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ท่านเป็นพระแท้และเก่งจริงๆ ขนาดเจ้าพ่อวัดโคก ฆราวาสจอมขมังเวทย์ ยังยอมแพ้ต่อวิชาอาคมของหลวงพ่อรวย สมัยยังมีชีวิตท่านเดินสายปลุกเสกวัตถุมงคลร่วมกับหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ , หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า , หลวงพ่อบุญ วัดบ้านนา , หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส , หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิม , หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี , หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง , หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง และอีกหลายๆองค์ ฯลฯ

พระเครื่องของท่านมีความขลังไม่แพ้เกจิใดในภาคตะวันออก โดยเฉพาะด้านเมตตา แคล้วคลาด ป้องกันอันตราย

หลวงพ่อรวยเกิดในตระกูล"ประกอบเกื้อ" เมื่อวันอังคารที่ 26 มิ.ย. 2449 ปีมะเมีย ในสมัยรัชกาลที่ 5 (ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของพระสุนทรโวหาร หรือ"สุนทรภู่") ณ บ้านหนองสะพาน หมู่ 3 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง เป็นบุตรโทนของนาย ชั้น และนางเอื้อม ประกอบเกื้อ

วัยเด็กไม่ได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนหรือที่วัดเหมือนเด็กอื่นๆ แต่โยมบิดาเป็นผู้สอนให้จนอ่านออกเขียนได้ เมื่อเติบโตเป็นหนุ่มก็เป็นผู้อ่านบทละครตามที่ต่างๆ กระทั่งอายุ 21 ปีจึงเข้าอุปสมบทเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2471 ณ อุโบสถวัดเขาดิน (วัดเก่า) ซึ่งตั้งอยู่หลังวัดท่าเรือปัจจุบัน โดยมี พระครูสมุทรสมานคุณ (หลวงพ่อแอ่ว) วัดป่าประดู่ เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการเห่ง วัดป่าประดู่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการฟู วัดท่าเรือแกลง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ปีพ.ศ 2475 วัดท่าเรือ เริ่มก่อสร้างพระอุโบสถ หลวงพ่อรวยได้รับมอบหมายจากพระอธิการฟู เจ้าอาวาส ให้เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างจนสำเร็จเรียบร้อยในปีต่อมา และจัดงานฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ.2477 ต่อมาปีพ.ศ. 2485 พระอธิการฟูได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส เนื่องจากปัญหาสุขภาพ หลวงพ่อรวยจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการแทน และได้ขึ้นเป็น "พระอธิการรวย" เจ้าอาวาสวัดท่าเรือ ในปีต่อมา

ปีพ.ศ 2483-2487 โรงเรียนวัดท่าเรือ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในยุคของพระอธิการฟู มีอาคารเรียนไม่เพียงพอต่อความต้องการของชุมชนในสมัยนั้น หลวงพ่อรวยพร้อมคณะจึงร่วมกันสร้างอาคารเรียน แบบ ป.2 จำนวน 8 ห้องเรียน และทำพิธีเปิดใช้อาคารหลังนี้เป็นสถานที่เรียนเมื่อ วันที่ 26 ก.พ. 2490 โดยข้าหลวงประจำจังหวัดระยอง โดยใช้นามโรงเรียนว่า “ โรงเรียนประชาบาลตำบลแกลง 1 (ท่าเรือวิทยาคาร) ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2495 กระทรวงศึกษาธิการอนุญาตให้ใช้นามว่า “โรงเรียนวัดท่าเรือ (ท่าเรือวิทยาคาร” ปี พ.ศ. 2504“พระครูสุนทรธรรมานุศาสก์” เจ้าอาวาสวัดท่าเรือ(ยศในขณะนั้น) พร้อมด้วยคณะกรรมการ และนายลำพูน สังข์สุวรรณ ครูใหญ่โรงเรียนวัดท่าเรือ ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม และยังคงใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

การเริ่มสร้างวัตถุมงคล หลังจากโยมแม่ถึงแก่กรรมในปี พ.ศ 2487 ท่านได้ตัดสินใจและลั่นวาจาว่าจะครองเพศบรรพชิตไปตลอดชีวิต โดยยกสมบัติทั้งหมดให้โยมน้องคือ”นายเรียน ประกอบเกื้อ” ซึ่งแสดงถึงการตัดซึ่งกิเลส ทางโลก มุ่งศึกษาพระธรรม เจริญสมาธิเจริญกรรมฐาน และออกธุดงค์ไปยังเขาต่างๆหลายปี

ระหว่างนี้ ได้มีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์และได้สืบทอดยอดวิชาจากเกจิอาจารย์ดัง2ท่านคือ "หลวงปู่โต วัดเขากระโดน" หรือวัดเขาบ่อทอง และ "หลวงปู่หิน วัดหนองสนม" รวมทั้งฆราวาส ชื่อ"จันทร์เมือง" สอนวิชาทำสีผึ้งอันโด่งดัง โดยเฉพาะสีผึ้งดำซึ่งใช้ในการขึ้นโรงขึ้นศาล ชะงัดนัก ส่วนสีขาวอมเหลืองจะ ใช้เจรจาค้าขาย

ปัจจุบันหายากพอๆกับสีผึ้งหลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง เพราะสร้างน้อยมากๆ( สีผึ้งทั้งสองสีของหลวงพ่อรวย มีกฎข้อห้ามสำคัญคือห้ามนำเข้าห้องน้ำพร้อมกับปลดทุกข์ ไม่เช่นนั้นจะเสื่อมหมด )

วัตถุมงคลรุ่นแรกของหลวงพ่อรวย สร้างขึ้นในปี พ.ศ 2512 ในโอกาสได้เป็นพระอุปัชฌาย์สร้างขึ้นหลายแบบด้วยกัน ทั้งพระสมเด็จ เหรียญ ล็อกเก็ต ฯลฯ ส่วนผสมของสมเด็จรุ่นแรกของหลวงพ่อรวย ประกอบด้วย ผงอิทธิเจ ผงปัตถมัง ผงมหาราช ผงนิตรีสิงเห ผงพุทธคุณ ผงสมเด็จวัดระฆัง จากหลวงปู่นาค ว่าน 108 แบ่งออกเป็นเนื้อดำ และขาว แบ่งเป็นพิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก (พระคะแนน) ลักษณะ เนื้อรุ่นแรกสีดำจะมีเนื้อผงใบลาน ซึ่งจารึกอักษรขอม ทั้งสองรุ่นนี้เนื้อไม่แกร่งนัก จึงเป็นจุดต่างระหว่างรุ่นสองซึ่งใช้แม่พิมพ์เดียวกัน จำนวนการสร้างไม่ได้บันทึกไว้ชัดเจน

ส่วนรุ่น2เริ่มสร้างในคราวฉลองอายุครบ 6 รอบ หลวงพ่อรวย ปี 2520 – 2521 สร้าง 2 สี อย่างละ 72 องค์ และตะกรุด 72 ดอก ปลุกเสกไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง คือหลวงพ่อรวยจะนำไปร่วมปลุกเสกตามวัดต่างๆที่นิมนต์ท่านไปนั่งปรกอธิษฐานจิต

เหรียญรุ่นสองสร้างในปี 2515 ในโอกาสสร้างศาลาการเปรียญ หลวงพ่อปลุกเสกเดี่ยว พระผงกริ่งรุ่นแรกมีลักษณะโตกว่ารุ่น2 สีขาว-สีดำ ปี 2532- 2533สร้างประมาณ 2,000 องค์ สีดำขาวอย่างละ1,000 องค์ หายากมี อักษร “ร” และมีรัศมี พระกริ่งผง รุ่น2 สร้างปี 2535 สีดำและสีขาว อย่างละ 1,000 องค์ ทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดเทพนิมิต อ.บ้านค่าย และนำไปปลุกเสกในพิธีที่วัดสารนารถอีกด้วย

เหรียญเสมาที่ระลึกฉลองอุโบสถ ปี พ.ศ. 2535 ถือเป็นเหรียญเสมาอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักสะสมพระเครื่อง ด้วยเป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงพ่อรวย ประกอบพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิตด้วยตนเอง ก่อนละสังขารในปีถัดมา

ลักษณะเหรียญ เป็นเหรียญใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อเงิน ทอง นาก ลงยา และนวโลหะ จำนวนการสร้างไม่แน่ชัด ด้านหน้าเหรียญ ขอบเหรียญสลักเป็นลายกระหนกสวยงาม ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อรวย นั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ด้านล่างใต้รูปเหมือน เขียนคำว่า "หลวงพ่อรวย"ด้านหลังเหรียญ ขอบเรียบ ตรงกลางเป็นรูปยันต์ ด้านบนยันต์ เขียนคำว่า "ที่ระลึกฉลองอุโบสถ" ใต้ยันต์ เขียนคำว่า "2535" และ "วัดท่าเรือ ระยอง"

เหรียญเสมารุ่นนี้ หลวงพ่อรวยปลุกเสกเดี่ยวตลอดไตรมาส ก่อนแจกจ่ายให้ศิษยานุศิษย์และประชาชนทั่วไป เชื่อกันว่าเป็นเหรียญที่มีความเข้มขลังสูง เนื่องจากได้ประกอบพิธีตามแบบโบราณาจารย์ในการปลุกเสกทำให้ผู้ที่มีเหรียญรุ่นนี้ไว้ในครอบครองติดตัวจะประสบแต่ความโชคดี ประสบการณ์ที่ทำให้เหรียญรุ่นนี้ได้รับความนิยมมากๆคือ เรื่องโชคลาภ ความรุ่งเรืองในด้านการค้าขายเหมือนชื่อของท่าน อีกทั้งประสบการณ์ด้านอื่นๆก็มีครบเครื่อง แต่ต้องระวังเหรียญปลอมฝีมือเฉียบ

พระเครื่องของหลวงพ่อรวย ใครมีไว้บูชาเชื่อว่าจะรวยๆๆๆเหมือนชื่อท่านครับ!!

#ฉัตรสยาม



 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page