คอลัมน์ย้อนรอยเกจิดัง ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค. 2565 "หลวงพ่อสด ธัมมธโร"วัดหนองสะแก(คูเมือง)
- อ.อนุชา ทรงศิริ

- 22 ต.ค. 2566
- ยาว 2 นาที
คอลัมน์ย้อนรอยเกจิดัง
ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค. 2565
"หลวงพ่อสด ธัมมธโร"วัดหนองสะแก(คูเมือง)
อดีตเกจิดังวาจาสิทธิ์/สายเมตตามหานิยม
ปรมาจารย์การสร้าง"กุมารทอง"เมืองอุทัยฯ
ย้อนรอยเกจิดัง"อาทิตย์นี้ขอนำเสนอประวัติ
"หลวงพ่อสด ธัมมธโร" อดีตเจ้าอาวาสวัดคูเมือง (วัดหนองสะแก) ต.หนองไผ่ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี เกจิอาจารย์ดังเข้มขลังพุทธาคมที่กล่าวขานกันว่า ท่านมีวาจาสิทธิ์
ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ.2437 ที่บ้านทุ่งมะขามหวาน ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เป็นบุตรของนายพุ่ม และนางชื่น นามสกุล"พันธ์เขียน" ท่านเป็นลูกคนโตในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 6 คน ต่อมาครอบครัวได้ย้ายมาทำมาหากินอยู่ที่บ้านทุ่งปาจาน หมู่ที่ 5 ต.ดงขวาง อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ในปัจจุบัน
ท่านจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จาก โรงเรียนวัดท่าโพธิ์ ต.ท่าโพธิ์ อ.หนองขา หย่าง จ.อุทัยธานี สมัยนั้นผู้ใดมีความรู้ดีจะเข้ามาเป็นครูสอนโรงเรียนประถมได้ แล้วจึงได้ไปสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนกุดจอก กิ่ง อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท จนกระทั่งอายุครบ 20 ปีจึงลาออกมาอุปสมบทที่วัดหนองระแหงใต้ ในปี พ.ศ.2457 โดยจำพรรษาอยู่วัดหนองระแหงใต้ 2 พรรษาจึงย้ายมาสร้างวัดคูเมือง และจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้จนมรณภาพในปีพ.ศ. 2516 สิริอายุได้ 79 ปี 59พรรษา
หลวงพ่อสดท่านเล่าให้ศิษย์ฟังว่า ตั้งแต่เด็กจนจำความได้ ท่านจะไม่ทำปาณาติบาต คือ ไม่ฆ่าสัตว์ทุกชนิดและรักษาศีล 5 มาโดยตลอด ในระหว่างที่ท่านดำรงสมณสารูปได้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระศาสดา เช่นศึกษาพระธรรมวินัยและเผยแผ่พระพุทธ
ศาสนา อีกทั้งท่านยังชอบนั่งวิปัสสนากรรมฐาน เจริญภาวนาจนเข้าถึงหลักธรรม
ปกติท่านจะไม่พูดว่าใครในทางเสียหาย เพราะถ้าพูดว่าใคร คนนั้นจะเป็นไปตามคำพูดของท่านเสมอ จนเป็นเรื่องลือกันว่า ท่านมีวาจาสิทธิ์ ชื่อเสียงของท่านจึงเป็นที่รู้จักกัน ทั่วทั้งจ.อุทัยธานีและใกล้เคียงจนมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย
หลวงพ่อสดท่านมีอุปนิสัยใจคอเยือกเย็น อ่อนโยน มีเมตตา สงเคราะห์คนทุกชนชั้น อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่ได้เลือกยากดีมีจน ตลอดชีวิตของท่านยังไม่มีลูกศิษย์ท่านคนไหนเห็นท่านแสดงอาการโกรธให้เห็นเลย เว้นเสียแต่อารมณ์เสียเล็กๆน้อยๆบ้างเป็นครั้งคราว แล้วท่านก็กลับมายิ้มละไมเหมือนเดิม
เรื่องการปฏิสันถารพูดคุยนั้น หลวงพ่อท่านเป็นคนที่ระมัดระวังคำพูดเป็นที่สุด มักจะพูดส่งเสริมไปในทางที่ดี เป็นที่เล่าขานกันว่าท่านเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์ คำพูดคำจาของท่านอ่อนหวานน่าฟังเป็นยิ่งนัก ท่านจะเรียกแทนตัวท่านว่า “ฉัน”บ้าง “อาตมา”บ้าง และลงท้ายประโยคด้วยคำว่า “จ๊ะ”เสมอ และมีปกติอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นที่สุด ใครที่มาแสวงหาของศักดิ์สิทธิ์ท่านมักโบ้ยให้ไปหาหลวงพ่อพลอย วัดหนองขาหย่าง หลวงพ่อจู วัดดอนกลอย 2เกจิดังของเมืองอุทัยในขณะนั้น
หลวงพ่อสดท่านถือการครองผ้าสามผืนอยู่เป็นประจำ สบง จีวร สังฆาฏิ ไม่เคยออกจากตัวท่าน เว้นเสียแต่เมื่อท่านพักผ่อนอิริยาบถเล็กๆน้อยๆเท่านั้น โดยท่านตื่นแต่เช้าตรู่ ไหว้พระสวดมนต์เสร็จแล้ว ทุกตี 5 ท่านจะตีระฆังเป็นสัญญาณปลุกพระลูกวัดให้ทำวัตรสวดมนต์
หลังจากฉันเพลแล้วหลวงพ่อจะเข้าพักผ่อนในกุฏิของท่าน และท่านจะสั่งห้ามมิให้ใครเข้ามารบกวนเป็นอันขาด โดยใช้เวลาอยู่ใน
กุฏินานคราวละ 3-4 ชั่วโมงเนื่องจากช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายๆเป็นช่วงที่ในกุฏิมีอากาศร้อนอบอ้าว จึงเข้าใจว่าไม่น่าจะเป็นการจำวัด ท่านคงจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเจริญกรรมฐาน หรือทำอะไรที่เป็นการเฉพาะตนเสียมากกว่า
การปลุกเสกเลขยันต์ ท่านจะทำคนเดียวภายในกุฏิ ส่วนใครที่จะมารับของไป ท่านก็เสกให้อีกครั้งเสมอ ท่านเสกท่านทำด้วยความประณีตตั้งใจทุกครั้ง
"แป้งเสก"ของท่านมีชื่อมาก เจ๊กในตลาดอุทัยฯขายของไม่ดี ท่านให้ผ้ายันต์กับแป้งเสกพร้อมทั้งวิธีใช้ให้ไป ปรากฏว่าขายดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จนกระทั่งก่อร่างสร้างตัวได้อย่างมั่นคง
สมัยก่อนงานวัดหนองสะแกเป็นงานวัดที่ใหญ่
ที่สุดในละแวกนี้ เพราะมีการละเล่นและมหรสพต่างๆมากมาย ถึงแม้จะมีปริมาณคนที่มาท่องเที่ยวมากแค่ไหน แต่ปรากฏว่าตลอดงานเหตุการณ์เป็นปกติเรียบร้อยดี ไม่มีนักเลงหรืออันธพาลก๊กไหนก่อเรื่อง ด้วยเกรงในบารมีท่าน
ในสมัยนั้นหากวัดไหนจะจัดงานใหญ่ก็มักจะนิมนต์ท่าน หรือไม่ก็หลวงปู่พลอย วัดห้วยขานาง หลวงพ่อจู วัดดอนกลอย เพราะชาวบ้านให้ความเคารพนับถือและเกรงบารมีประกาศิตของหลวงพ่อทั้ง3ท่านอย่างมาก นักเลงในสมัยนั้นไม่ค่อยยอมลงต่อตำรวจ แต่ถ้าเป็นหลวงพ่อแล้ว เพียงแค่ท่านฉายไฟฉาย
กราดออกไป แล้วโบกมือบอก “นั่งลง นั่งลงกันซิลูก” ฝูงชนเหล่านั้นก็ราวกับต้นข้าวที่ถูกไม้นาบ นั่งราบกันไปตามแสงไฟอย่างสงบเรียบร้อย
มีอยู่คราวหนึ่งพวกโจรใจบาปบุกปล้นเงินวัด
ในตู้บริจาค เพราะในสมัยนั้นวัดหนองสะแก ถือว่าเป็นวัดที่มีลูกศิษย์ลูกหาผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนมากมาย ทำให้เงินบริจาคมีมาก พวกโจรมาด้วยกัน 5 คนพร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก พวกโจรมันยิงท่านไม่ออกก็เลยใช้ด้ามปืนตีท่าน ส่วนหลวงพ่อก็ใช้มีดหมอที่วางอยู่บริเวณที่ท่านนั่งรับแขก ริดเอาปืนออกจากมือโจรได้ไว้ทั้ง 2 กระบอก
ท่านไม่ชอบพวกขี้เหล้าเมายา พวกผีการพนัน และอบายมุขทุกชนิด โดยมักกำชับสั่งสอนชาวบ้านอยู่เสมอว่า ถ้าปรารถนาความสุขความเจริญแล้ว อย่าเข้าไปข้องแวะ
กับสิ่งเหล่านี้เป็นอันขาด การแจกวัตถุมงคลของท่านก็มีกุศโลบายในการส่งเสริมจริยธรรมไปในตัวด้วย เพราะทุกครั้งที่ท่านแจกพระไปจะมีเงื่อนไขเป็นข้อห้ามที่เกี่ยวกับศีลธรรมและอบายมุขต่างๆนั่นเอง
หลวงพ่อสดท่านเป็นพระสมถะ ศึกษาวิชาอาคมจากบิดาของท่านและอาจารย์สายอุทัยฯหลายองค์ โดยท่านสำเร็จวิชานะเมตตามหานิยม ท่านสร้างวัตถุมงคล
ไว้หลายแบบทั้งเหรียญ รูปหล่อ ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ รูปถ่ายแบบต่างๆ กุมารทอง ตะกรุดมีดหมอ แหวน ล็อกเก็ต รอยฝ่ามือฝ่าเท้า ฯลฯ
เหรียญเสมารุ่นแรกสร้างปี 2504 มีทั้งหมด 3 แบบคือ 1.เหรียญกะไหล่ทองตัดห่วง แจกกรรมการ 2.เหรียญธรรมดาไม่ตัดห่วงกะไหล่ทอง 3.เหรียญธรรมดาไม่ตัดห่วงรมดำ ส่วนจำนวนสร้างไม่สามารถระบุได้ชัดเจน
วัตถุมงคล รุ่น2 จัดสร้างในปี 2506 ออกให้วัดหนองระแหงใต้ซึ่งเป็นวัดที่หลวงพ่อจำพรรษามาก่อน มีทั้งหมด 3 ชนิด 1.เหรียญรูปไข่เล็กเนื้อทองเหลืองชุบนิกเกิล หรือที่นิยมเรียกกันว่าเหรียญใบพุทรา ด้านหลังระบุคาถามหาอุดของหลวงพ่อ "ปิดตุอุดทังปิดตุทะวารัง"
2.รูปหล่อปั๊มเล็กเนื้อทองเหลืองกะไหล่ทองก้นอุดตะกั่ว บางองค์ที่ตะกั่วหลุดพบเส้นเกษาและผงสีขาวๆบรรจุอยู่ด้วย ถือว่าเป็นรูปหล่อปั๊มรุ่นแรกของท่านเพราะจัดสร้างในปี 2506 ก่อนปั๊มใหญ่อยู่หลายปี แถมยังมีมวลสาร สำคัญๆของท่านบรรจุอยู่ด้วย ที่สำคัญถูกกว่าปั๊มใหญ่เยอะเลย
3.สมเด็จหลังรูปเหมือนปี 2506 เป็นเนื้อดินเผาผสมผง ซึ่งมีทั้งดินเผาเปลือยๆ ดินเผาปิดทอง ดินเผาลงรัก และดินเผาลงรักปิดทองส่วนเนื้อขาวอมชมพูแบบแก่ผงนั้นพบน้อยมาก
ที่สำคัญ หลวงพ่อสดท่านเป็นปรมาจารย์การสร้างกุมารทองในสายนี้ เล่าขานกันว่าท่านสามารถเสกจนกุมารโดดเข้าขวดได้เอง ประสบการณ์ของกุมารสายนี้ก็แปลกประหลาดคือ นอกจากอานุภาพทางด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ เตือนภัยแบบกุมารโดยทั่วไปแล้ว อานุภาพทางด้านมหาอุดหยุดปืน คงกระพันแคล้วคลาด บังตา ก็มีเรื่องเล่าขานไม่ใช่น้อย กุมารของหลวงพ่อดังในพื้นที่มาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน
วัตถุมงคลหลวงพ่อสด วัดหนองสะแก กล่าวขานว่า มีประสบการณ์ดีทางแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม รวมไปถึงคงกระพันชาตรี
วัดคูเมือง(หนองสะแก) ตั้งอยู่เลขที่ 7 บ้านหนองสะแก หมู่ที่ 8 ต.หนองไผ่ อ.หนองขา หย่าง จ.อุทัยธานี สังกัดมหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 32 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา
ความเป็นมาของการสร้างวัด ชาวบ้านหนองสะแกได้อพยพมาจากบ้านหนองระแหงใต้ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2430 เพื่อมาจับจองที่ดินทำกินจนเกิดเป็นชุมชนมากขึ้น ในสมัยนั้นชาวบ้านต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดหนองระแหงใต้ซึ่งอยู่ไกลจึงคิดจัดสร้างวัดขึ้นและได้ไปปรึกษากับหลวงพ่อสดซึ่งอุปสมบทอยู่ที่วัดหนองระแหงใต้ และนิมนต์ท่านมาเป็นประธานการจัดสร้าง และจำพรรษาในปี พ.ศ.2459
แรกเริ่มสร้างขึ้นเป็นที่พักสงฆ์อยู่รอบหนองน้ำที่ล้อมรอบไปด้วยต้นสะแก (ปัจจุบันขุดเป็นสระน้ำอยู่ทางทิศเหนือของวัด) จึงเรียกกันติดปากว่า "วัดหนองสะแก" ต่อมาในปี พ.ศ.2463 ได้รับอนุญาตจากทางราชการประกาศให้เป็นวัดชื่อว่า "วัดคูเมือง" โดย สันนิษฐานว่าวัดตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณคันคูเมืองซี่งเป็นเมืองเก่าสมัยทราวดี ปัจจุบันเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่สามารถถากถางได้และเป็นที่สาธารณประโยชน์
ลำดับเจ้าอาวาส 1.พระใบฎีกาสด หรือ"หลวงพ่อสด ธมมธโร"2.พระอาจารย์พง3.พระอาจารย์ออม 4.พระอาจารย์ประทุม 5.พระอธิการทองดี รักขิตตญาโน สำหรับเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันคือ พระครูอุทิตกิตติสาร (มนัส กิตฺติสาโร น.ธ.เอก,ป.บส.) หรือ"หลวงพ่อเปี๊ยก วาจาสิทธิ์" พระเกจิอาจารย์นักพัฒนาชื่อดัง เจ้าคณะตำบลดงขวาง-หนองไผ่
#ฉัตรสยาม"



























ความคิดเห็น