top of page
ค้นหา

คอลัมน์ย้อนรอยเกจิดัง ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค. 2565 "หลวงพ่อสด ธัมมธโร"วัดหนองสะแก(คูเมือง)

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 22 ต.ค. 2566
  • ยาว 2 นาที

คอลัมน์ย้อนรอยเกจิดัง

ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค. 2565

"หลวงพ่อสด ธัมมธโร"วัดหนองสะแก(คูเมือง)

อดีตเกจิดังวาจาสิทธิ์/สายเมตตามหานิยม

ปรมาจารย์การสร้าง"กุมารทอง"เมืองอุทัยฯ

ย้อนรอยเกจิดัง"อาทิตย์นี้ขอนำเสนอประวัติ

"หลวงพ่อสด ธัมมธโร" อดีตเจ้าอาวาสวัดคูเมือง (วัดหนองสะแก) ต.หนองไผ่ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี เกจิอาจารย์ดังเข้มขลังพุทธาคมที่กล่าวขานกันว่า ท่านมีวาจาสิทธิ์

ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ.2437 ที่บ้านทุ่งมะขามหวาน ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เป็นบุตรของนายพุ่ม และนางชื่น นามสกุล"พันธ์เขียน" ท่านเป็นลูกคนโตในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 6 คน ต่อมาครอบครัวได้ย้ายมาทำมาหากินอยู่ที่บ้านทุ่งปาจาน หมู่ที่ 5 ต.ดงขวาง อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ในปัจจุบัน

ท่านจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จาก โรงเรียนวัดท่าโพธิ์ ต.ท่าโพธิ์ อ.หนองขา หย่าง จ.อุทัยธานี สมัยนั้นผู้ใดมีความรู้ดีจะเข้ามาเป็นครูสอนโรงเรียนประถมได้ แล้วจึงได้ไปสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนกุดจอก กิ่ง อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท จนกระทั่งอายุครบ 20 ปีจึงลาออกมาอุปสมบทที่วัดหนองระแหงใต้ ในปี พ.ศ.2457 โดยจำพรรษาอยู่วัดหนองระแหงใต้ 2 พรรษาจึงย้ายมาสร้างวัดคูเมือง และจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้จนมรณภาพในปีพ.ศ. 2516 สิริอายุได้ 79 ปี 59พรรษา

หลวงพ่อสดท่านเล่าให้ศิษย์ฟังว่า ตั้งแต่เด็กจนจำความได้ ท่านจะไม่ทำปาณาติบาต คือ ไม่ฆ่าสัตว์ทุกชนิดและรักษาศีล 5 มาโดยตลอด ในระหว่างที่ท่านดำรงสมณสารูปได้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระศาสดา เช่นศึกษาพระธรรมวินัยและเผยแผ่พระพุทธ

ศาสนา อีกทั้งท่านยังชอบนั่งวิปัสสนากรรมฐาน เจริญภาวนาจนเข้าถึงหลักธรรม

ปกติท่านจะไม่พูดว่าใครในทางเสียหาย เพราะถ้าพูดว่าใคร คนนั้นจะเป็นไปตามคำพูดของท่านเสมอ จนเป็นเรื่องลือกันว่า ท่านมีวาจาสิทธิ์ ชื่อเสียงของท่านจึงเป็นที่รู้จักกัน ทั่วทั้งจ.อุทัยธานีและใกล้เคียงจนมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย

หลวงพ่อสดท่านมีอุปนิสัยใจคอเยือกเย็น อ่อนโยน มีเมตตา สงเคราะห์คนทุกชนชั้น อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่ได้เลือกยากดีมีจน ตลอดชีวิตของท่านยังไม่มีลูกศิษย์ท่านคนไหนเห็นท่านแสดงอาการโกรธให้เห็นเลย เว้นเสียแต่อารมณ์เสียเล็กๆน้อยๆบ้างเป็นครั้งคราว แล้วท่านก็กลับมายิ้มละไมเหมือนเดิม

เรื่องการปฏิสันถารพูดคุยนั้น หลวงพ่อท่านเป็นคนที่ระมัดระวังคำพูดเป็นที่สุด มักจะพูดส่งเสริมไปในทางที่ดี เป็นที่เล่าขานกันว่าท่านเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์ คำพูดคำจาของท่านอ่อนหวานน่าฟังเป็นยิ่งนัก ท่านจะเรียกแทนตัวท่านว่า “ฉัน”บ้าง “อาตมา”บ้าง และลงท้ายประโยคด้วยคำว่า “จ๊ะ”เสมอ และมีปกติอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นที่สุด ใครที่มาแสวงหาของศักดิ์สิทธิ์ท่านมักโบ้ยให้ไปหาหลวงพ่อพลอย วัดหนองขาหย่าง หลวงพ่อจู วัดดอนกลอย 2เกจิดังของเมืองอุทัยในขณะนั้น

หลวงพ่อสดท่านถือการครองผ้าสามผืนอยู่เป็นประจำ สบง จีวร สังฆาฏิ ไม่เคยออกจากตัวท่าน เว้นเสียแต่เมื่อท่านพักผ่อนอิริยาบถเล็กๆน้อยๆเท่านั้น โดยท่านตื่นแต่เช้าตรู่ ไหว้พระสวดมนต์เสร็จแล้ว ทุกตี 5 ท่านจะตีระฆังเป็นสัญญาณปลุกพระลูกวัดให้ทำวัตรสวดมนต์

หลังจากฉันเพลแล้วหลวงพ่อจะเข้าพักผ่อนในกุฏิของท่าน และท่านจะสั่งห้ามมิให้ใครเข้ามารบกวนเป็นอันขาด โดยใช้เวลาอยู่ใน

กุฏินานคราวละ 3-4 ชั่วโมงเนื่องจากช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายๆเป็นช่วงที่ในกุฏิมีอากาศร้อนอบอ้าว จึงเข้าใจว่าไม่น่าจะเป็นการจำวัด ท่านคงจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเจริญกรรมฐาน หรือทำอะไรที่เป็นการเฉพาะตนเสียมากกว่า

การปลุกเสกเลขยันต์ ท่านจะทำคนเดียวภายในกุฏิ ส่วนใครที่จะมารับของไป ท่านก็เสกให้อีกครั้งเสมอ ท่านเสกท่านทำด้วยความประณีตตั้งใจทุกครั้ง

"แป้งเสก"ของท่านมีชื่อมาก เจ๊กในตลาดอุทัยฯขายของไม่ดี ท่านให้ผ้ายันต์กับแป้งเสกพร้อมทั้งวิธีใช้ให้ไป ปรากฏว่าขายดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จนกระทั่งก่อร่างสร้างตัวได้อย่างมั่นคง

สมัยก่อนงานวัดหนองสะแกเป็นงานวัดที่ใหญ่

ที่สุดในละแวกนี้ เพราะมีการละเล่นและมหรสพต่างๆมากมาย ถึงแม้จะมีปริมาณคนที่มาท่องเที่ยวมากแค่ไหน แต่ปรากฏว่าตลอดงานเหตุการณ์เป็นปกติเรียบร้อยดี ไม่มีนักเลงหรืออันธพาลก๊กไหนก่อเรื่อง ด้วยเกรงในบารมีท่าน

ในสมัยนั้นหากวัดไหนจะจัดงานใหญ่ก็มักจะนิมนต์ท่าน หรือไม่ก็หลวงปู่พลอย วัดห้วยขานาง หลวงพ่อจู วัดดอนกลอย เพราะชาวบ้านให้ความเคารพนับถือและเกรงบารมีประกาศิตของหลวงพ่อทั้ง3ท่านอย่างมาก นักเลงในสมัยนั้นไม่ค่อยยอมลงต่อตำรวจ แต่ถ้าเป็นหลวงพ่อแล้ว เพียงแค่ท่านฉายไฟฉาย

กราดออกไป แล้วโบกมือบอก “นั่งลง นั่งลงกันซิลูก” ฝูงชนเหล่านั้นก็ราวกับต้นข้าวที่ถูกไม้นาบ นั่งราบกันไปตามแสงไฟอย่างสงบเรียบร้อย

มีอยู่คราวหนึ่งพวกโจรใจบาปบุกปล้นเงินวัด

ในตู้บริจาค เพราะในสมัยนั้นวัดหนองสะแก ถือว่าเป็นวัดที่มีลูกศิษย์ลูกหาผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนมากมาย ทำให้เงินบริจาคมีมาก พวกโจรมาด้วยกัน 5 คนพร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก พวกโจรมันยิงท่านไม่ออกก็เลยใช้ด้ามปืนตีท่าน ส่วนหลวงพ่อก็ใช้มีดหมอที่วางอยู่บริเวณที่ท่านนั่งรับแขก ริดเอาปืนออกจากมือโจรได้ไว้ทั้ง 2 กระบอก

ท่านไม่ชอบพวกขี้เหล้าเมายา พวกผีการพนัน และอบายมุขทุกชนิด โดยมักกำชับสั่งสอนชาวบ้านอยู่เสมอว่า ถ้าปรารถนาความสุขความเจริญแล้ว อย่าเข้าไปข้องแวะ

กับสิ่งเหล่านี้เป็นอันขาด การแจกวัตถุมงคลของท่านก็มีกุศโลบายในการส่งเสริมจริยธรรมไปในตัวด้วย เพราะทุกครั้งที่ท่านแจกพระไปจะมีเงื่อนไขเป็นข้อห้ามที่เกี่ยวกับศีลธรรมและอบายมุขต่างๆนั่นเอง

หลวงพ่อสดท่านเป็นพระสมถะ ศึกษาวิชาอาคมจากบิดาของท่านและอาจารย์สายอุทัยฯหลายองค์ โดยท่านสำเร็จวิชานะเมตตามหานิยม ท่านสร้างวัตถุมงคล

ไว้หลายแบบทั้งเหรียญ รูปหล่อ ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ รูปถ่ายแบบต่างๆ กุมารทอง ตะกรุดมีดหมอ แหวน ล็อกเก็ต รอยฝ่ามือฝ่าเท้า ฯลฯ

เหรียญเสมารุ่นแรกสร้างปี 2504 มีทั้งหมด 3 แบบคือ 1.เหรียญกะไหล่ทองตัดห่วง แจกกรรมการ 2.เหรียญธรรมดาไม่ตัดห่วงกะไหล่ทอง 3.เหรียญธรรมดาไม่ตัดห่วงรมดำ ส่วนจำนวนสร้างไม่สามารถระบุได้ชัดเจน

วัตถุมงคล รุ่น2 จัดสร้างในปี 2506 ออกให้วัดหนองระแหงใต้ซึ่งเป็นวัดที่หลวงพ่อจำพรรษามาก่อน มีทั้งหมด 3 ชนิด 1.เหรียญรูปไข่เล็กเนื้อทองเหลืองชุบนิกเกิล หรือที่นิยมเรียกกันว่าเหรียญใบพุทรา ด้านหลังระบุคาถามหาอุดของหลวงพ่อ "ปิดตุอุดทังปิดตุทะวารัง"

2.รูปหล่อปั๊มเล็กเนื้อทองเหลืองกะไหล่ทองก้นอุดตะกั่ว บางองค์ที่ตะกั่วหลุดพบเส้นเกษาและผงสีขาวๆบรรจุอยู่ด้วย ถือว่าเป็นรูปหล่อปั๊มรุ่นแรกของท่านเพราะจัดสร้างในปี 2506 ก่อนปั๊มใหญ่อยู่หลายปี แถมยังมีมวลสาร สำคัญๆของท่านบรรจุอยู่ด้วย ที่สำคัญถูกกว่าปั๊มใหญ่เยอะเลย

3.สมเด็จหลังรูปเหมือนปี 2506 เป็นเนื้อดินเผาผสมผง ซึ่งมีทั้งดินเผาเปลือยๆ ดินเผาปิดทอง ดินเผาลงรัก และดินเผาลงรักปิดทองส่วนเนื้อขาวอมชมพูแบบแก่ผงนั้นพบน้อยมาก

ที่สำคัญ หลวงพ่อสดท่านเป็นปรมาจารย์การสร้างกุมารทองในสายนี้ เล่าขานกันว่าท่านสามารถเสกจนกุมารโดดเข้าขวดได้เอง ประสบการณ์ของกุมารสายนี้ก็แปลกประหลาดคือ นอกจากอานุภาพทางด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ เตือนภัยแบบกุมารโดยทั่วไปแล้ว อานุภาพทางด้านมหาอุดหยุดปืน คงกระพันแคล้วคลาด บังตา ก็มีเรื่องเล่าขานไม่ใช่น้อย กุมารของหลวงพ่อดังในพื้นที่มาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน

วัตถุมงคลหลวงพ่อสด วัดหนองสะแก กล่าวขานว่า มีประสบการณ์ดีทางแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม รวมไปถึงคงกระพันชาตรี

วัดคูเมือง(หนองสะแก) ตั้งอยู่เลขที่ 7 บ้านหนองสะแก หมู่ที่ 8 ต.หนองไผ่ อ.หนองขา หย่าง จ.อุทัยธานี สังกัดมหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 32 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา

ความเป็นมาของการสร้างวัด ชาวบ้านหนองสะแกได้อพยพมาจากบ้านหนองระแหงใต้ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2430 เพื่อมาจับจองที่ดินทำกินจนเกิดเป็นชุมชนมากขึ้น ในสมัยนั้นชาวบ้านต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดหนองระแหงใต้ซึ่งอยู่ไกลจึงคิดจัดสร้างวัดขึ้นและได้ไปปรึกษากับหลวงพ่อสดซึ่งอุปสมบทอยู่ที่วัดหนองระแหงใต้ และนิมนต์ท่านมาเป็นประธานการจัดสร้าง และจำพรรษาในปี พ.ศ.2459

แรกเริ่มสร้างขึ้นเป็นที่พักสงฆ์อยู่รอบหนองน้ำที่ล้อมรอบไปด้วยต้นสะแก (ปัจจุบันขุดเป็นสระน้ำอยู่ทางทิศเหนือของวัด) จึงเรียกกันติดปากว่า "วัดหนองสะแก" ต่อมาในปี พ.ศ.2463 ได้รับอนุญาตจากทางราชการประกาศให้เป็นวัดชื่อว่า "วัดคูเมือง" โดย สันนิษฐานว่าวัดตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณคันคูเมืองซี่งเป็นเมืองเก่าสมัยทราวดี ปัจจุบันเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่สามารถถากถางได้และเป็นที่สาธารณประโยชน์

ลำดับเจ้าอาวาส 1.พระใบฎีกาสด หรือ"หลวงพ่อสด ธมมธโร"2.พระอาจารย์พง3.พระอาจารย์ออม 4.พระอาจารย์ประทุม 5.พระอธิการทองดี รักขิตตญาโน สำหรับเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันคือ พระครูอุทิตกิตติสาร (มนัส กิตฺติสาโร น.ธ.เอก,ป.บส.) หรือ"หลวงพ่อเปี๊ยก วาจาสิทธิ์" พระเกจิอาจารย์นักพัฒนาชื่อดัง เจ้าคณะตำบลดงขวาง-หนองไผ่

#ฉัตรสยาม"


 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page