ย้อนตำนาน"หลวงพ่อโต วัดบ้านกล้วย" เกจิโคราชยุคสงครามอินโดจีน สหธรรมิกหลวงปู่พรหมสร(รอด
- อ.อนุชา ทรงศิริ

- 9 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
#ย้อนรอ้เกจิดัง
ย้อนตำนาน"หลวงพ่อโต วัดบ้านกล้วย"
เกจิโคราชยุคสงครามอินโดจีน
สหธรรมิกหลวงปู่พรหมสร(รอด)
ย้อนรอยเกจิดัง"อาทิตย์นี้ขอนำเสนอประวัติ “หลวงพ่อโต ยโสธโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านกล้วย ต.ท่าหลวง (ปัจจุบันเป็น ต.ดงใหญ่) อ.พิมาย จ.นครราชสีมา อดีตพระเกจิเรืองวิทยาคมเมืองโคราชที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคก่อนปี 2500 เป็นศิษย์ของ "หลวงปู่หริ่ง สุวณฺณโชติ วัดบ้านตะบอง อ.พิมาย
ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังมากในสมัยสงครามอินโดจีนโดยได้รับนิมนต์เข้าร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลพระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ปี2485 พร้อมสุดยอดพระเกจิยุคเก่า 108 องค์ รวมทั้งร่วมสร้างและเสกพระนาคปรกพิมาย
ท่านเป็นสหธรรมิกกับหลวงปู่พรหมสร(รอด) วัดบ้านไพ ทั้งสองท่านมักแลกเปลี่ยนวิชากันเสมอ วัตถุมงคลที่หลวงพ่อโตท่านปลุกเสกนั้นมีพุทธคุณโดดเด่นด้านความคงกระพันชาตรี และแคล้วคลาดปลอดภัย เพราะท่านสร้างแจกลูกศิษย์ในช่วงบ้านเมืองเกิดสงคราม
การสร้างวัตถุมงคลยุคแรก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องรางเช่น ตะกรุดโทน , ตะกรุดแคล้วคลาดเมตตา , เชือกผูกเอว , เสื้อยันต์ , ผ้ายันต์ สร้างประมาณปี 2480 เป็นต้นมา ในยุคกลาง ปี 2491เป็นเหรียญครึ่งองค์รุ่นแรก สร้าง 2,500 เหรียญ ในยุคปลาย ปี2510 เป็นพระเนื้อโลหะผสม หล่อแบบโบราณเป็นพิมพ์ต่างๆประมาณ 50 กว่าพิมพ์ เช่น พิมพ์พระพุทธหลังพระประจำวัน พิมพ์นาคปรก พิมพ์พระปิดตา พิมพ์พระอุปคต พิมพ์เศียรพรหม เป็นต้น
ท่านเป็นชาวพิมายโดยกำเนิด เกิดที่หมู่บ้านกล้วย ต.ท่าหลวง (ดงใหญ่) อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2429 อาชีพทำไร่ทำนา วัยเด็กเรียนที่วัดสระหิน อายุ 15 ปี บรรพชาที่วัดสระหิน ใกล้ปราสาทหินพิมาย เรียนมูลกัจจายน์กับครูหรั่ง จนแตกฉานภาษาบาลีจึงย้ายมาศึกษาต่อที่วัดอิสาน อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ต่อมาลาสิกขาและสมัครเข้าทำงานเป็นเสมียนอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอพิมาย พ.ศ. 2449 อุปสมบทที่วัดจันทร์ อ.พิมาย โดยมี พระอธิการแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อทุย วัดบ้านกล้วย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “ยโสธโร” จำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านกล้วย ศึกษาพระธรรมวินัยไตรภูมิพระร่วง อักขระเลขยันต์ การปฏิบัติจิต วิปัสสนากรรมฐานจากพระอุปัชฌาย์ และศึกษาเจ็ดตำนาน สิบสองตำนานจากคัมภีร์ใบลานเก่าของพระเกจิฯ เมืองพิมาย และได้พบกับหลวงปู่หริ่ง สุวัณณโชติ วัดบ้านตะบอง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
ปี พ.ศ.2460 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 มีชาวบ้านและทหารหาญมาพึ่งบารมีกันมาก ท่านจึงสร้างวัตถุมงคลเป็นตะกรุด ผ้าประเจียด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ และเครื่องรางของขลังให้ไว้ป้องกันตัว ปรากฏว่า ชาวบ้านกล้วย,ชาว อ.พิมายต่างรอดชีวิตจนเป็นที่โจษขานไปทั่ว ทำให้ผู้คนเดินทางมากราบฝากตัวเป็นศิษย์ ขอบารมีำน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตาชีวิตเสริมดวง
ปี พ.ศ.2475 ร่วมพิธีสร้างและปลุกเสก “พระนาคปรกพิมาย” ร่วมกับพระอาจารย์ ซึ่งมีหลวงปู่หริ่ง วัดตะบอง หลวงปู่ทุย วัดบ้านกล้วย และพระครูศรีสุทธิพจน์ วัดเดิม เป็นพระนาคปรกเนื้อทองผสมที่มีชื่อเสียงมากของเมืองพิมาย ปัจจุบันนักสะสมเล่นหากันในราคาสูง
พ.ศ.2484 ร่วมสร้างวัตถุมงคลเนื้อขันลงหิน ยุคสงครามอินโดจีนอันลือลั่น ร่วมกับหลวงปู่รอด วัดบ้านไพ หลวงพ่อเสียบ วัดบ้านเกาะ โดยใช้ชนวนเก่าจากพระนาคปรกพิมาย และวัสดุทองเหลือง ทองแดงสำริด ฝีมือช่างแกะแม่พิมพ์หลากหลายของนายช่างลา ศิริไธสง ช่างมือหนึ่งแห่งเมืองโคราช
พ.ศ.2491 อายุได้ 62 ปี คณะศิษย์ได้สร้างเหรียญรูปเหมือนครึ่งองค์ พิมพ์หยดน้ำ หลังยันต์ “พุท ธะ สัง มิ” เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ถวายเป็นเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียว ปัจจุบันเป็นเหรียญเกจิยอดนิยมเมืองโคราชที่หายากอีกรุ่น
วาระสุดท้ายหลวงพ่อโตละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2523 สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74


ความคิดเห็น