ย้อนตำนานชีวิต97ปี "หลวงปู่ชอุ้ม" วัดตะเคียนเลื่อน "เทพเจ้าแห่งต้นน้ำเจ้าพระยา"
- อ.อนุชา ทรงศิริ

- 6 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
ย้อนตำนานชีวิต97ปี
"หลวงปู่ชอุ้ม" วัดตะเคียนเลื่อน
"เทพเจ้าแห่งต้นน้ำเจ้าพระยา"
พระนักพัฒนา-อนุรักษ์วัฒนธรรม
ทีมข่าวกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คัมภีร์นิวส์ขอนำเสนอประวัติพระราชมงคลวชิรสาร หรือ"หลวงปู่ชอุ้ม กตสาโร" อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะตําบลตะเคียนเลื่อน อดีตเจ้าอาวาสวัดตะเคียนเลื่อน อ.เมือง จ.นครสวรรค์
ซึ่งถึงกาลมรณภาพที่โรงพยาบาลศรีสวรรค์ วันพุธที่ 22 ก.ค. 2569 เวลา 06.23 นาที สิริอายุ 97 ปี 76 พรรษา
ท่านได้รับสมญานาม"เทพเจ้าแห่งต้นน้ำเจ้าพระยา" เป็นศิษย์พุทธาคมสายตรงพระครูนิวาตธรรมขันธ์ "หลวงพ่อภู่" อดีตเกจิดังวัดตะเคียนเลื่อนยุคเดียวกับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
ท่านเกิดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2472 ที่บ้านเลขที่15 ม.2 .เมือง จ.นครสวรรค์ เป็นบุตรคนที่3ในจำนวนพี่น้อง6คนของนายช้อน และนางน้อย นามสกุล"สังข์เดช" วัยเยาว์เรียนจบชั้นประถมฯ4ที่โรงเรียนวัดตะเคียนเลื่อน ปี2485
อายุ20ปีเข้าอุปสมบท วันที่ 5 ก.ค. 2492 ณ วัดตะเคียนเลื่อน โดยมีพระเทพคุณาภรณ์ (เมื่อครั้งเป็นพระครูนิทานโพธิวัฒน์) เจ้าคณะอำเภอเมืองนครสวรรค์ วัดโพธาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายา"กตสาโร" แล้วจำพรรษาและเรียนพระธรรมวินัยในสำนักวัดตะเคียนเลื่อน จนสำเร็จนักธรรมตรีในปี2494 และนักธรรมโท ปี2500
ตอนแรกท่านตั้งใจบวชเพียงพรรษาเดียวเท่านั้น แต่หลวงปู่ดิษฐ์ วัดท่าซุด อ.โกรกพระ ผู้เป็นปู่โดยสายเลือดบอกให้อยู่ต่อจึงครองผ้ากาสาวพัสตร์จนกระทั่งได้เป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียนเลื่อนเมื่อปี2499
ปี2516 เป็นเจ้าคณะตำบลตะเคียนเลื่อน ปี2517 เป็นพระอุปัชฌาย์ ฉลองสมณศักดิ์ "พระครูนิวิฐวรคุณ" ปี2526 ทางจังหวัดย้ายท่านไปเป็นเจ้าอาวาสวัดจอมคีรีนาคพรต อ.เมือง จ.นคร สวรรค์ แต่อยู่ได้ไม่นานชาวตำบลตะเคียนเลื่อนได้รวมตัวกันนิมนต์ให้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียนเลื่อนอีกครั้ง ปี2540 ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรจากสมเด็จพระเทพฯ สยามบรมราชกุมารี สาขาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
หลวงปู่ชอุ้มเป็นพระเถระที่พรรษาสูงที่สุดรูปหนึ่งแห่งปากน้ำโพ มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งภาคเหนือลงไปถึงภาคใต้ เป็นพระนักพัฒนาและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งลุ่มย้ำเจ้าพระยา อีกทั้งเป็นพระต้นแบบทางด้านงานอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลท่านจะคุมงานการโยงสายสิญจน์ด้วยตนเองทุกขั้นตอนตามเพื่อให้ถูกต้องเข้มขลังตามแบบโบราณกาล
ท่านได้อนุรักษ์วัฒนธรรม อย่างเช่น “สลากภัตมะม่วง” ซึ่งสืบสานกันมาเป็นศตวรรษ โดยในอดีตตะเคียนเลื่อนเป็นแหล่งมะม่วง ถึงฤดูเก็บเกี่ยวมีการทำบุญด้วยการทำสลากจับว่ารายใดจะได้นำผลผลิตถวายกับสงฆ์รูปใด เป็นประเพณีถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังสืบสานวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนแห่งลุ่มน้ำคือ"การแข่งเรือ"ซึ่งในอดีตก่อนที่ท่านจะบวชในวัยหนุ่มเป็นช่างขุดเรือ โดยเอาไม้ตะเคียนทั้งต้นมาขุดเป็นเรือหมูและเรือมาด ปัจจุบันไม้ขนาดใหญ่อย่างนั้นไม่มีก็เอาไม้แผ่นมาต่อเรือ ทุกลำของวัดนี้ท่านจะวางแบบวางแนวในการต่อเรือเอง วัดตะเคียนเลื่อนจึงนับเป็น "พิพิธภัณฑ์เรือแข่ง"มีเรือทั้งเก่าและใหม่หลายลำ บางลำซื้อมาจากประเทศเพื่อนบ้าน
อุปนิสัยท่านเรียบง่าย สมถะ ไม่สะสม รักความสะอาด มีระเบียบเรียบร้อย เปี่ยมด้วยความเมตตาทั้งแก่คณะสงฆ์และญาติโยม หากไม่อาพาธก็จะปฏิบัติกิจสม่ำเสมอ กล่าวกันว่า ท่านวาจาสิทธิ์ พูดคำไหนมักเป็นไปตามนั้น หากใครถูกว่ากล่าวก็จะเป็นเช่นนั้น จึงทำให้ชาวบ้านเกรงกลัวกันมาก ด้วยเหตุนี้ท่านจึงพูดน้อย เน้นเนื้อหาสำคัญ
นอกจากนี้ ท่านมีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งท่านบอกว่า ไม่เน้นการใช้วิชาอาคมอย่างใด แต่ใช้การสวดมนต์ขอบารมีพระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และขอบารมีครูบาอาจารย์ที่ท่านเคารพ 8องค์คือ หลวงปู่ภู่,หลวงปู่ดิษฐ์ วัดท่าซุด,พระครูนิโรธธรรมยุตร์ (หลวงปู่อินทร์ วัดเกาะหงษ์)หลวงปู่วาด,หลวงปู่เดิม วัดหนองโพ,พระเทพคุณาภรณ์,สมเด็จโต,หลวงปู่ทวด
หลวงปู่ชอุ้มท่านไม่เน้นการสร้างวัตถุมงคลเพื่อไม่เป็นการพาณิชย์ จึงมีไม่มากรุ่น แต่พุทธคุณไม่ธรรมดา ด้วยนามเป็นมงคล (คำว่า “ชะอุ้ม” หรือ “ชอุ้ม” หรือ “อุ้ม”) ในพลัง หลายคนมีประสบการณ์ในด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เช่น เหรียญรุ่นแรกปี2544 ฉลองอายุครบ72 ปี มีประสบการณ์"ยิงไม่เข้า"
สำหรับกำหนดการพิธีภายในวัดตะเคียนเลื่อน วันที่ 24 ก.ค. 2569
เวลา 09.00 น.เคลื่อนศพออกจากโรงพยาบาลศรีสวรรค์ เวลา 10.00 น.
พระสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชน ถวายน้ำสรงศพ เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ
เวลา 17.30 น. พิจารณาผ้าบังสุกุลปิดหีบ เวลา 18.00 น. พระสงฆ์ 4รูป สวดพระอภิธรรม
วันที่ 25-27 ก.ค. 2569 ทำบุญเช้า
เวลา 19.00 น. พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ เวลา 19.30 น. พระสงฆ์ 4 รูป สวดพระอภิธรรม
วันที่ 28-29 ก.ค. 2569 หยุด
วันที่ 30 ก.ค.-1 ส.ค. 2569 ทำบุญเช้า
เวลา 19.00 น. พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ เวลา 19.30 น. พระสงฆ์ 4 รูป สวดพระอภิธรรม
วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. - พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์(ธรรมนิยามสูตร)ประธานและผู้มีเกียรติทอดผ้าไตรบังสุกุล/ พระสงฆ์สมณศักดิ์ พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล / เจ้าภาพประเคนเครื่องไทยธรรม/พระสงฆ์สมณศักดิ์ อนุโมทนา/ประธานและผู้มีเกียรติ กรวดน้ำ-รับพร
จากนั้นจัดพิธีสวดอภิธรรม 100 วัน















ความคิดเห็น