top of page
ค้นหา

หลวงพ่อพรหมสร(รอด) วัดบ้านไพ ‘เทพเจ้าแห่งเมืองโคราช" "ปู่สุข"เกจิหนองบุญนากศิษย์สายธรรม

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

คอลัมน์ย้อนรอยเกจิดัง

หลวงพ่อพรหมสร(รอด) วัดบ้านไพ

‘เทพเจ้าแห่งเมืองโคราช"

"ปู่สุข"เกจิหนองบุญนากศิษย์สายธรรม


ย้อนรอยเกจิดัง"อาทิตย์นี้ขอนำเสนอประวัติอดีตเกจิอาจารย์ดังแห่งเมืองย่าโม...หลวงพ่อพรหมสร (รอด) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไพ อ.โนนสูง จ.นครราช สีมา สมญานาม ‘เทพเจ้าแห่งเมืองโคราช’ ที่เคารพศรัทธาและเลื่อมใสของชาวเมืองโคราชและจังหวัดใกล้เคียงนัยแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน


ท่านเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมาโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2414 ที่บ้านสระขวัญ ต.ลำคอหงส์ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เดิมชื่อ "รอด" วัยเด็กอยู่กับป้าที่บ้านกระถิน ช่วยดูแลฝูงวัวจนอายุครบบวชในปี พ.ศ.2436 ได้กลับไปอุปสมบทที่วัดบ้านสะพาน ต.ขามเฒ่า ซึ่งเป็นบ้านเกิดของมารดา โดยมีพระอุปัชฌาย์อยู่ เป็นพระอุปัชฌาย์


ท่านสนใจใฝ่ศึกษาทั้งธรรมะและวิปัสสนาธุระจนแตกฉาน จากนั้นจึงเริ่มออกธุดงคฺไปตามสถานที่ต่างๆ และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากเกจิอาจารย์ผู้ทรงพุทธาคมมากมายหลายองค์จนมีความรอบรู้และเชี่ยวชาญสูง แต่ด้วยท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ ไม่ยินดียินร้ายต่อลาภยศ และสมณศักดิ์ต่างๆ มุ่งเพียงเผยแผ่และสั่งสอนธรรมะแก่พุทธศาสนิกชน พร้อมกันนั้นยังมุ่งสร้างศาสนสถานวัดวาอาราม เพื่อให้กุลบุตรได้มีโอกาสได้บวชเรียนศึกษาหาความรู้ และพุทธศาสนิกชนได้เข้าวัดทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรมได้โดยสะดวก ไม่ต้องเดินทางไปวัดไกลๆ


ด้วยบารมีบุญหลวงพ่อรอดได้สร้างวัดถึง 5 วัดได้แก่ วัดดอนผวา ในปี พ.ศ.2443, วัดบ้านขามเฒ่า ปี พ.ศ.2453, วัดบ้านหนองเคลือขุด ปี พ.ศ.2467, วัดบ้านหนองพลอง ปี พ.ศ.2470 และวัดบ้านไพ ในปี พ.ศ.2490 ซึ่งแต่ละวัดได้รับความร่วมมือทั้งกำลังทรัพย์และกำลังแรงกายจากบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและชาวบ้านในละแวกนั้นๆ โครงการที่จะสร้างวัดต่อไปได้สิ้นสุดลง เพราะหลังจากสร้างโบสถ์วัดนุกแล้วเสร็จ ท่านก็มรณภาพเสียก่อนในวันที่ 28 พ.ย. 2500 สิริอายุได้ 86 ปี65 พรรษา


หลวงพ่อพรหมสร หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า "หลวงพ่อรอด"จัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อแจกจ่ายแก่ศิษยานุศิษย์และสาธุชนไว้สักการบูชาและปกป้องภยันตรายต่างๆ มีทั้งรูปหล่อ, เหรียญรูปเหมือน, พระปิดตา รวมถึงเครื่องรางของขลัง อาทิ ขี้ผึ้ง, นางกวัก และผ้ายันต์รอยมือ-รอยเท้า ซึ่งทั้งหมดล้วนปรากฏพุทธคุณเป็นเลิศในด้านแคล้วคลาดและอยู่ยงคงกระพันชาตรี จนเป็นที่เลื่องลือและรับรู้ของชาวเมืองโคราชแทบทุกคน ที่ต่างเสาะแสวงหาเพื่อให้ได้มาครอบครอง

โดยเฉพาะเหรียญรูปเหมือนที่มีการจัดสร้างด้วยกันถึง 3 รุ่น เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ปี2492 เหรียญรุ่น2 ปี2498 สร้างที่วัดดอนผวา พิมพ์ใหม่ เหรียญรุ่น3 สร้างที่วัดนุกแจกในงานศพ


เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อพรหมสร (รอด) รุ่นแรก นับเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโคราช ถ้าไม่นับรวม “หลวงพ่อคูณ” ถือว่ามีค่านิยมสูงสุดเวลานี้ แต่ด้วยจำนวนการสร้างน้อยมากไม่เกิน 1,000 เหรียญ ผู้ครอบครองบูชาก็ต่างหวงแหน จึงหาดูหาเช่ากันได้ยากมากๆ ในปัจจุบัน มีการทำเทียมเลียนแบบ หรือนำรุ่นสองมาปรับเปลี่ยน จึงต้องมีความสังเกตและพิจารณาให้ดี


ทั้งนี้ หากมีใครถามถึงของดีและเหรียญพระที่มีพุทธคุณเลิศทางด้านแคล้วคลาดปลอดภัยแห่งเมืองโคราช เชื่อว่าหลายคนคงต้องยกให้กับเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อพรหมสร(รอด) เป็นหนึ่งในนั้น


สำหรับศิษย์สืบสายธรรมรุ่นสุดท้ายของ

หลวงพ่อพรหมสร(รอด) ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันคือ "หลวงปู่สุข ยโสธโร” (พระครูสุวัฒน์สังฆกิจ) เกจิดังแห่งหนองบุญมากอายุ 89 ปี ท่านเป็นพระนักพัฒนาที่สมถะเรียบง่าย มีเมตตาธรรมสูง เคยจำพรรษาและช่วยสร้างวัดหลายวัด อาทิ วัดบ้านเกรียม,วัดหนองบุญมาก,วัดทรัพย์อุดมธรรม ท่านจำพรรษา ณ วัดแสนสุขสันติธรรม ต.หนองบุนนาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ล่าสุด ท่านออกเหรียญเจริญพรรุ่นแรก สร้างเจดีย์ให้วัดบ้านเกิดคือวัดบ้านเกรียม ซึ่งท่านเคยเรียนวิชากับ"หลวงปู่อุ่น"อดีตเจ้าอาวาสซึ่งเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อพรหมสร(รอด)


 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page