"หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก"เกจิแปดริ้ว โด่งดังเครื่องรางปลัดฯ/ชุดเบญจภาคี
- อ.อนุชา ทรงศิริ

- 9 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
"หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก"เกจิแปดริ้ว
โด่งดังเครื่องรางปลัดฯ/ชุดเบญจภาคี
จากข่าวไรเดอร์ถูกฟ้าผ่า ในคอห้อยวัตถุมงคล 3 องค์ หนึ่งในนั้นคือเหรียญหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก ซึ่งเป็นเหรียญพิมพ์อาร์มเล็ก สร้างในปี2516 ไม่ทันท่าน แต่มีข้อมูลว่า ปลุกเสกโดยเกจิดังภาคตะวันออกยุคนั้น อาทิ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่,หลวงพ่อทอง วัดก้อนแก้ว หลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม ฯลฯ
ประวัติคร่าวๆ"หลวงพ่อเหลือ นันทสาโร" อดีตเจ้าอาวาสวัดสาวชะโงก อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ท่านเกิดวันที่ 9 ก.ค.2405 มรณภาพวันที่ 19 ม.ค.2488 อายุ 83 ปี
หนึ่งในเกจิดังยุคสงครามนามระบือร่วมสมัยกับหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ, หลวงพ่อเสือ วัดไผ่สามกอ, หลวงพ่อนก วัดสังกะสี ฯลฯ
พระเกจิที่มีคุณวิเศษในหลายด้าน มักได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีปลุกเสกใหญ่เสมอ อาทิ พิธีวัดราชบพิธ ปี2485 เมื่อครั้งสงครามอินโดจีนท่านเป็นหนึ่งในพระเกจิที่สร้างผ้ายันต์แดงแจกทหารในสงคราม และเป็น พระอริยคณาจารย์ 1 ใน 21 รูปของเมืองไทยที่ได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีปลุกเสกที่วัดราชบพิตร ปี2481
ท่านศึกษาอักษรขอม-บาลี และวิปัสสนากัมมัฏฐาน จากพระอธิการขิก วัดสาวชะโงก พระกรรมวาจาจารย์ และฝากตัวเป็นศิษย์เกจิผู้ทรงคุณอีกหลายสำนัก อาทิ หลวงพ่อดำ วัดกุฎี จ.ปราจีนบุรี และหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี เป็นต้น
วัตถุมงคลของหลวงพ่อเหลือนั้นมีมากมายหลายสิ่งนักที่เด่นๆเลยคือ "ปลัดขิก" จัดเป็นเครื่องรางที่อยู่ในชุดเบญจภาคีเครื่องรางของไทย ซึ่งมีราคาค่านิยมสูง
มีเรื่องเล่าว่า ตอนท่านปลุกเสกปลัดขิก ท่านจะวางไว้ในบาตรหรือพาน แล้วปลุกเสกจนปลัดขิก "กระโดดโลดเต้น" หรือ "วิ่งแข่งกัน" เหมือนมีชีวิต บางคนบอกว่าเห็นปลัดขิกว่ายน้ำทวนน้ำได้เลยทีเดียว
เหรียญรุ่นแรกสร้างปีพ.ศ.2477 เพื่อเป็นที่ระลึกหลวงพ่อเหลือ ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสาวชะโงก พ.ศ.2474ทันท่านปลุกเสก จำนวนสร้างน้อย หลังท่านมรณภาพมีสร้างออกมาอีกหลายรุ่น มีพุทธคุณดีตามความเชื่อความศรัทธาแตกต่างกันไป









ความคิดเห็น