top of page
ค้นหา

เปิดประวัติ"หลวงปู่บัว"เกจิวัดศรีบูรพาราม เจ้าตำรับน้ำมันงาขลัง-เสกเดี่ยววัดพระแก้ว สมญานาม"เทพเจ้าโชคลาภภาคตะวันออก"

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 15 ธ.ค. 2567
  • ยาว 1 นาที

เปิดประวัติ"หลวงปู่บัว"เกจิวัดศรีบูรพาราม

เจ้าตำรับน้ำมันงาขลัง-เสกเดี่ยววัดพระแก้ว

สมญานาม"เทพเจ้าโชคลาภภาคตะวันออก"


ทีมข่าวกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คัมภีร์นิวส์ ร่วมเผยแพร่ประวัติเกียรติคุณพระครูสังฆกิจบูรพา หรือ"หลวงปู่บัว ถามโก" อายุ 98 ปี เจ้าอาวาสวัดศรีบูรพาราม(วัดเกาะตะเคียน) อ.เมือง จ.ตราด พระเกจิอาจารย์ดังแดนบูรพา สมญานาม"เทพเจ้าแห่งโชคลาภภาคตะวันออก" เจ้าตำรับน้ำมันงาขลัง ตำนานนั่งปรกอธิษฐานจิตเดี่ยว พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) กรุงเทพฯ


ท่านเกิดในสกุล "มารศวารี" วันเสาร์เดือน 5 ปีขาล ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 พ.ศ.2469 ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด โยมบิดาชื่อ "นายเชี๋ย" โยมมารดา ชื่อ"นางเตี่ยน" วัยหนุ่มชอบศึกษาหาความรู้ด้านยาสมุนไพรและมีความชำนาญด้านงานช่าง กระทั่งอายุ 23 ปี เข้าอุปสมบท ที่วัดบุปผาราม ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด โดยมีพระครูคุณวุฒิพิเศษ เจ้าอาวาสวัดบุปผาราม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวัตรรัตนวงษ์สิทธิ์ วัดหนองบัว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ถามโก”


หลังบวชมีความมุ่งมั่นในการ ปฏิบัติธรรม ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะดำเนินรอยตามพุทธองค์ จึงติดตามปฏิบัติอุปัฏฐากพระครูคุณวุฒิพิเศษ พระอุปัชฌาย์อย่างใกล้ชิด ติดตามการปฏิบัติธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด จนท่านเมตตาเอ็นดูและถ่ายทอดวิชาให้หมดสิ้นทั้งในด้านของวิปัสสนา อักขระวิชา วิชาการแพทย์แผนโบราณ ตำรับยาสมุนไพร วิทยาคมต่างๆ โดยเฉพาะวิชาหัวใจ 108 ทำให้รู้ถึงขั้นตอนและกรรมวิธีการทำน้ำมันงา ที่มีพุทธคุณเข้มขลัง


อีกทั้งเรียนวิชากับโยมชื่อ "นายเสียง" คนหมู่บ้านหนองโพงที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องหนังเหนียว ปืนยิงไม่ออก มีดฟันไม่เข้า ในครั้งแรกนายเสียงพาลูกชายมาฝากไว้กับท่านที่วัดเพื่อให้เรียนวิชา แต่ลูกชายไม่สนใจ นายเสียงกลัววิชาจะสูญหายจึงถ่ายทอดให้หลวงปู่บัวจนหมดสิ้น


ปี พ.ศ.2505 ท่านย้ายมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเกาะตะเคียน นอกจากนี้ ศึกษาพระปริยัติธรรมเรื่อยมา พ.ศ.2508 สอบได้นักธรรมชั้นตรี–โท–เอก ตามลำดับ พ.ศ.2513 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ "พระครูสังฆกิจบูรพา"


อุปนิสัยส่วนตัวหลวงปู่บัวท่านเป็นพระผู้รักสันโดษ ถือสมถะ ไม่เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด เมื่อมีญาติโยมมาหา ก็จะมอบวัตถุมงคลเอาไว้ไปให้ใช้ป้องกันตัวเสมอ และผู้คนที่ได้ของดีจากท่านมักจะมีโชคมีลาภกันไปเป็นแถวๆ จนท่านได้รับการขนานนามว่า "เทพเจ้าแห่งโชคลาภภาคตะวันออก" ที่มาก็เพราะมีลูกศิษย์มาเยี่ยมเยียนและนำคำสอนของท่านไปตีเป็นเลข ปรากฏว่า ถูกหวยรวยกันมากมาย พอท่านทราบเข้าก็ได้แต่ยิ้มและยืนยันว่าไม่ได้สนับสนุนให้ใครเล่นพนันทั้งนั้น ถือว่าแล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคน


นอกจากนี้ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาแก่บรรดาคณะศิษย์ ยามได้รับกิจนิมนต์ไปงานบุญต่างๆ ไม่เคยปฏิเสธ แม้ว่าจะย่างอายุเข้าสู่วัยชราและมีปัญหาด้านสุขภาพ การเข้ากราบท่านไม่มีพิธีรีตองหรือการเลือกชนชั้นวรรณะแต่อย่างใด ในแต่ละวันมีชาวบ้านที่ศรัทธา มากราบขอพรขอความเมตตาให้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจนค่ำ


ด้วยชื่อเสียงเกียรติคุณ จึงได้รับนิมนต์ให้ร่วมเข้านั่งปรกอธิษฐานจิต ในพิธีพุทธาภิเษกสำคัญๆ ระดับประเทศหลายครั้งหลายครา

เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ท่านนำไปพัฒนาวัดและส่งเสริมด้านการศึกษาทั้งสิ้น ทำให้วัดศรีบูรพารามแห่งนี้ รวมทั้งชุมชนรอบวัด มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว


พระเครื่องและวัตถุมงคลต่างๆของหลวงปู่บัวท่าน ปรากฏประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ ด้านแคล้วคลาด คงกระพัน อย่างน่าอัศจรรย์ เนื่องจากสมัยก่อนมีการทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง คนที่มีพระเครื่องหรือวัตถุมงคลที่ปลุกเสกโดยหลวงปู่บัว มักจะแคล้วคลาดปลอดภัยเสมอๆ ทำให้ชื่อเสียงของหลวงปู่บัวโด่งดังเป็นอย่างมาก ชาวบ้านจึงหลั่งไหลมาขอของดีจากท่าน


สำหรับวัดศรีบูรพาราม หมู่ 1 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด เดิมเป็นสำนักสงฆ์เล็กๆ มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่เพียงไม่กี่รูป จนเมื่อปี พ.ศ.2500 ญาติโยมและชาวบ้านที่ศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์ก่อสร้างเป็นวัดขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า “วัดเกาะตะเคียน” ฝังลูกนิมิต เมื่อปี พ.ศ.2524 และพัฒนาเรื่อยมาจนเปลี่ยนชื่อเป็น"วัดศรีบูรพาราม"



 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page