เปิดประวัติ"หลวงปู่รัตน์"วัดป่าหวาย ระยอง เกจิสายวิชา"ปู่ทิม/ปู่ทาบ/พ่อลัด/พ่อสาคร
- อ.อนุชา ทรงศิริ

- 21 ต.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
สกู๊ปพิเศษวันอาทิตย์
เปิดประวัติ"หลวงปู่รัตน์"วัดป่าหวาย ระยอง
เกจิสายวิชา"ปู่ทิม/ปู่ทาบ/พ่อลัด/พ่อสาคร
ทีมข่าวกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คัมภีร์นิวส์ ขอนำเสนอประวัติพระดีเกจิดังแห่งเมืองระยองที่กราบไหว้ได้สนิทใจอีกรูป..."หลวงปู่รัตน์ อตฺตสาโร" เจ้าอาวาสวัดป่าหวาย ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้รอบรู้ศาสตร์วิชาสายระยองอย่างครบถ้วน โดยสืบทอดพุทธาคมสายหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ โดยศึกษาร่ำเรียนจากหลวงพ่อสาคร มนุญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองกรับ ซึ่งเป็นหนึ่งในศิษย์เอกหลวงปู่ทิม
ท่านเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้งรูปสุดท้ายที่ได้รับมรดกจากหลวงปู่ทาบ ทั้งวิชาอาคม,สีผึ้งเขียว และกระดานชนวนอายุนับร้อยปี อีกทั้งยังเคยติดตามหลวงปู่ทาบไปวัดหนองกะบอกแลกเปลี่ยนวิชากับหลวงพ่อลัด จึงได้เคล็ดวิชาการสร้างเสกแพะ ตำราหลวงปู่อ่ำจากหลวงพ่อลัดมาอีกด้วย
ชาตภูมิท่านเป็นชาวอ.บ้านค่าย จ.ระยองโดยกำเนิด มีนามเดิมว่า "รัตน์" นามสกุล "บุญสม" เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 บิดาชื่อ "สด" มารดาชื่อ "แช่ม" เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน ครอบครัวมีอาชีพทำนา,ทำไร่ เป็นเกษตรกร เมื่ออายุ 7 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้ง ซึ่งท่านสนใจเรียนด้านคงกระพันและหนังเหนียว มากกว่าวิชาเรียนปกติ อีกทั้งชอบทดลองวิชาที่เรียนมาว่าได้ผลจริงไหม
หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4ก็ต้องออกมาช่วยครอบครัวทำงาน พอโตมา ก็เข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ถูกทหาร กระทั่งอายุครบ 20 ปีจึงอุปสมบทที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้ง โดยมีหลวงพ่อลัด วัดหนองกะบอก เป็นพระอุปัชฌาย์ และจำพรรษาอยู่ที่นั่น เนื่องจากเป็นวัดใกล้บ้านได้ศึกษาวิชาจากหลวงปู่ทาบ ซึ่งท่านเมตตาสอนให้แบบเต็มที่ ทั้งวิชาทำน้ำมนต์,การหุงสีผึ้งเขียว ซึ่งวิชาของหลวงปู่ทาบนั้นหนักไปทางด้านเมตตา
ต่อมาท่านได้สึกออกมามีครอบครัว
มีบุตร 3 คน แล้วย้ายครอบครัวมาประกอบอาชีพทำนา,ทำไร่อยู่แถวบ้านป่าหวาย สมัยก่อนแถบนี้ไม่มีวัด ไม่มีโรงเรียนพอจะทำบุญก็ต้องออกไปทำที่วัดหนองกรับจนชาวบ้านร่วมใจกันสร้างโรงเรียน ในบ้านป่าหวาย และสร้างวัดขึ้นด้วย แต่ก็ติดขัดไม่มีพระอยู่ประจำ ทุกๆปีต้องไปนิมนต์พระจากวัดอื่นมาจำพรรษา ต่อมาปี พ.ศ. 2530 ท่านก็ช่วยหาพระมาอยู่ประจำที่วัดป่าหวายนี้ ไปๆมาๆเลยได้มาบวชอีกครั้ง และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าหวาย จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะอำเภอให้เป็นผู้ดูแลวัดป่าหวาย
ในช่วงปี 2530-2533 ท่านได้เริ่มเรียนวิชาคาถาอาคมต่างๆ จากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับอย่างจริงจัง โดยเทียวไปเทียวมาต่อวิชาเพิ่มเติมอยู่เสมอ เนื่องจากวัดป่าหวาย และวัดหนองกรับห่างกันไม่กี่กิโลเมตร อีกทั้งสมัยที่อยู่วัดหนองกรับยังมีโอกาสศึกษาวิชากับหลวงพ่อทองศิษย์หลวงปู่วงษ์ วัดบ้านค่าย ผู้เป็นศิษย์เอกของหลวงปู่สังข์เฒ่า วัดเก๋งจีนอีกด้วย หลวงพ่อสาครเมตตาสอนวิชาให้ท่านอย่างไม่ปิดบัง ทั้งวิชาสร้างพระเครื่อง, เคล็ดวิชาบวงสรวงเสกแพะ วิชาทำน้ำมนต์ เจิมบ้าน,เจิมรถ และยังมอบผงพรายกุมารไว้เพื่อสร้างพระอีกด้วย
หลวงปู่รัตน์เริ่มสร้างวัดป่าหวายอย่างจริงจังเมื่อปีพ.ศ. 2534 โดยได้รับความช่วยเหลือจากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ เริ่มจากสร้างเมรุเผาศพก่อน เพราะสมัยนั้นเวลามีคนตายต้องนำไปเผาที่วัดหนองกรับ ต่อมาจึงเริ่มสร้างอุโบสถ เมื่อปี พ.ศ. 2537 และยกช่อฟ้าในปีพ.ศ. 2542 ตามด้วยการสร้างศาลา และกุฏิสงฆ์ตามลำดับ
หลวงปู่รัตน์ วัดป่าหวาย นับว่าเป็นพระเกจินักพัฒนาอีกทั้งยังรอบรู้เวทย์วิทยาคม ของครูบาอาจารย์สายระยองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบโดยแท้ จึงไม่แปลกที่วัตถุมงคลที่ท่านสร้างและปลุกเสก เช่น พระขุนแผนรุ่นแรก,สมเด็จนักเลงโต,แพะเขาควายฟ้าผ่า,ตะกรุดโทน, หนุมาน,เหรียญที่ระลึกรุ่นต่างๆล้วนได้รับความนิยม และเกิดประสบการณ์มากมายแก่ผู้ที่นำไปบูชา จนเป็นที่หวงแหนของลูกศิษย์ลูกหาและผู้เลื่อมใสศรัทธา ส่งผลให้มีราคาค่านิยมในการเช่าหาที่ค่อนข้างสูง
สกู๊ปพิเศษวันอาทิตย์
เปิดประวัติหลวงปู่รัตน์ วัดป่าหวาย ระยอง
เกจิสายวิชา"ปู่ทิม/ปู่ทาบ/พ่อลัด/พ่อสาคร
ทีมข่าวกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คัมภีร์นิวส์ ขอนำเสนอประวัติพระดีเกจิดังแห่งเมืองระยองที่กราบไหว้ได้สนิทใจอีกรูป..."หลวงปู่รัตน์ อตฺตสาโร" เจ้าอาวาสวัดป่าหวาย ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้รอบรู้ศาสตร์วิชาสายระยองอย่างครบถ้วน โดยสืบทอดพุทธาคมสายหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ โดยศึกษาร่ำเรียนจากหลวงพ่อสาคร มนุญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองกรับ ซึ่งเป็นหนึ่งในศิษย์เอกหลวงปู่ทิม
ท่านเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้งรูปสุดท้ายที่ได้รับมรดกจากหลวงปู่ทาบ ทั้งวิชาอาคม,สีผึ้งเขียว
และกระดานชนวนอายุนับร้อยปี อีกทั้งยังเคยติดตามหลวงปู่ทาบไปวัดหนองกะบอกแลกเปลี่ยนวิชากับหลวงพ่อลัด
จึงได้เคล็ดวิชาการสร้างเสกแพะ ตำราหลวงปู่อ่ำจากหลวงพ่อลัดมาอีกด้วย
ชาตภูมิท่านเป็นชาวอ.บ้านค่าย จ.ระยองโดยกำเนิด มีนามเดิมว่า "รัตน์" นามสกุล "บุญสม" เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 บิดาชื่อ "สด" มารดาชื่อ "แช่ม" เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน ครอบครัวมีอาชีพทำนา,ทำไร่ เป็นเกษตรกร เมื่ออายุ 7 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้ง ซึ่งท่านสนใจเรียนด้านคงกระพันและหนังเหนียว มากกว่าวิชาเรียนปกติ อีกทั้งชอบทดลองวิชาที่เรียนมาว่าได้ผลจริงไหม
หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4ก็ต้องออกมาช่วยครอบครัวทำงาน พอโตมา ก็เข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ถูกทหาร
กระทั่งอายุครบ 20 ปีจึงอุปสมบทที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้ง โดยมีหลวงพ่อลัด วัดหนองกะบอก เป็นพระอุปัชฌาย์ และจำพรรษาอยู่ที่นั่น เนื่องจากเป็นวัดใกล้บ้าน
ได้ศึกษาวิชาจากหลวงปู่ทาบ ซึ่งท่านเมตตาสอนให้แบบเต็มที่ ทั้งวิชาทำน้ำมนต์,การหุงสีผึ้งเขียว ซึ่งวิชาของหลวงปู่ทาบนั้นหนักไปทางด้านเมตตา
ต่อมาท่านได้สึกออกมามีครอบครัว
มีบุตร 3 คน แล้วย้ายครอบครัวมาประกอบอาชีพทำนา,ทำไร่อยู่แถวบ้านป่าหวาย สมัยก่อนแถบนี้ไม่มีวัด ไม่มีโรงเรียนพอจะทำบุญก็ต้องออกไปทำที่วัดหนองกรับจนชาวบ้านร่วมใจกันสร้างโรงเรียน ในบ้านป่าหวาย และสร้างวัดขึ้นด้วย แต่ก็ติดขัดไม่มีพระอยู่ประจำ ทุกๆปีต้องไปนิมนต์พระจากวัดอื่นมาจำพรรษา ต่อมาปี พ.ศ. 2530 ท่านก็ช่วยหาพระมาอยู่ประจำที่วัดป่าหวายนี้ ไปๆมาๆเลยได้มาบวชอีกครั้ง และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าหวาย จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะอำเภอให้เป็นผู้ดูแลวัดป่าหวาย
ในช่วงปี 2530-2533 ท่านได้เริ่มเรียนวิชาคาถาอาคมต่างๆ จากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับอย่างจริงจัง โดยเทียวไปเทียวมาต่อวิชาเพิ่มเติมอยู่เสมอ เนื่องจากวัดป่าหวาย และวัดหนองกรับห่างกันไม่กี่กิโลเมตร อีกทั้งสมัยที่อยู่วัดหนองกรับยังมีโอกาสศึกษาวิชากับหลวงพ่อทอง
ศิษย์หลวงปู่วงษ์ วัดบ้านค่าย ผู้เป็นศิษย์เอกของหลวงปู่สังข์เฒ่า วัดเก๋งจีนอีกด้วย
หลวงพ่อสาครเมตตาสอนวิชาให้ท่านอย่างไม่ปิดบัง ทั้งวิชาสร้างพระเครื่อง, เคล็ดวิชาบวงสรวงเสกแพะ วิชาทำน้ำมนต์ เจิมบ้าน,เจิมรถ และยังมอบผงพรายกุมารไว้เพื่อสร้างพระอีกด้วย
หลวงปู่รัตน์เริ่มสร้างวัดป่าหวายอย่างจริงจังเมื่อปีพ.ศ. 2534 โดยได้รับความช่วยเหลือจากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ เริ่มจากสร้างเมรุเผาศพก่อน เพราะสมัยนั้นเวลามีคนตายต้องนำไปเผาที่วัดหนองกรับ ต่อมาจึงเริ่มสร้างอุโบสถ เมื่อปี พ.ศ. 2537 และยกช่อฟ้าในปีพ.ศ. 2542 ตามด้วยการสร้างศาลา และกุฏิสงฆ์ตามลำดับ
กล่าวได้ว่า หลวงปู่รัตน์เป็นทั้งพระเกจินักพัฒนา และเกจิผู้รอบรู้เวทย์วิทยาคมของครูบาอาจารย์สายระยองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบโดยแท้ จึงไม่แปลกที่วัตถุมงคลที่ท่านสร้างและปลุกเสก เช่น พระขุนแผนรุ่นแรก,สมเด็จนักเลงโต,แพะเขาควายฟ้าผ่า,ตะกรุดโทน, หนุมาน,เหรียญที่ระลึกรุ่นต่างๆล้วนได้รับความนิยม และเกิดประสบการณ์มากมายแก่ผู้ที่นำไปบูชา จนเป็นที่หวงแหนของลูกศิษย์ลูกหาและผู้เลื่อมใสศรัทธา ส่งผลให้มีราคาค่านิยมในการเช่าหาที่ค่อนข้างสูง
นับว่าหลวงปู่รัตน์ วัดป่าหวาย ท่านเป็นช้างเผือกแห่งเมืองระยองอีกหนึ่งรูปที่สามารถกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ!


















ความคิดเห็น