top of page
ค้นหา

เปิดประวัติ"หลวงปู่รัตน์"วัดป่าหวาย ระยอง เกจิสายวิชา"ปู่ทิม/ปู่ทาบ/พ่อลัด/พ่อสาคร

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 21 ต.ค. 2568
  • ยาว 1 นาที

สกู๊ปพิเศษวันอาทิตย์


เปิดประวัติ"หลวงปู่รัตน์"วัดป่าหวาย ระยอง

เกจิสายวิชา"ปู่ทิม/ปู่ทาบ/พ่อลัด/พ่อสาคร


ทีมข่าวกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คัมภีร์นิวส์ ขอนำเสนอประวัติพระดีเกจิดังแห่งเมืองระยองที่กราบไหว้ได้สนิทใจอีกรูป..."หลวงปู่รัตน์ อตฺตสาโร" เจ้าอาวาสวัดป่าหวาย ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้รอบรู้ศาสตร์วิชาสายระยองอย่างครบถ้วน โดยสืบทอดพุทธาคมสายหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ โดยศึกษาร่ำเรียนจากหลวงพ่อสาคร มนุญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองกรับ ซึ่งเป็นหนึ่งในศิษย์เอกหลวงปู่ทิม


ท่านเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้งรูปสุดท้ายที่ได้รับมรดกจากหลวงปู่ทาบ ทั้งวิชาอาคม,สีผึ้งเขียว และกระดานชนวนอายุนับร้อยปี อีกทั้งยังเคยติดตามหลวงปู่ทาบไปวัดหนองกะบอกแลกเปลี่ยนวิชากับหลวงพ่อลัด จึงได้เคล็ดวิชาการสร้างเสกแพะ ตำราหลวงปู่อ่ำจากหลวงพ่อลัดมาอีกด้วย


ชาตภูมิท่านเป็นชาวอ.บ้านค่าย จ.ระยองโดยกำเนิด มีนามเดิมว่า "รัตน์" นามสกุล "บุญสม" เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 บิดาชื่อ "สด" มารดาชื่อ "แช่ม" เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน ครอบครัวมีอาชีพทำนา,ทำไร่ เป็นเกษตรกร เมื่ออายุ 7 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้ง ซึ่งท่านสนใจเรียนด้านคงกระพันและหนังเหนียว มากกว่าวิชาเรียนปกติ อีกทั้งชอบทดลองวิชาที่เรียนมาว่าได้ผลจริงไหม


หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4ก็ต้องออกมาช่วยครอบครัวทำงาน พอโตมา ก็เข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ถูกทหาร กระทั่งอายุครบ 20 ปีจึงอุปสมบทที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้ง โดยมีหลวงพ่อลัด วัดหนองกะบอก เป็นพระอุปัชฌาย์ และจำพรรษาอยู่ที่นั่น เนื่องจากเป็นวัดใกล้บ้านได้ศึกษาวิชาจากหลวงปู่ทาบ ซึ่งท่านเมตตาสอนให้แบบเต็มที่ ทั้งวิชาทำน้ำมนต์,การหุงสีผึ้งเขียว ซึ่งวิชาของหลวงปู่ทาบนั้นหนักไปทางด้านเมตตา


ต่อมาท่านได้สึกออกมามีครอบครัว

มีบุตร 3 คน แล้วย้ายครอบครัวมาประกอบอาชีพทำนา,ทำไร่อยู่แถวบ้านป่าหวาย สมัยก่อนแถบนี้ไม่มีวัด ไม่มีโรงเรียนพอจะทำบุญก็ต้องออกไปทำที่วัดหนองกรับจนชาวบ้านร่วมใจกันสร้างโรงเรียน ในบ้านป่าหวาย และสร้างวัดขึ้นด้วย แต่ก็ติดขัดไม่มีพระอยู่ประจำ ทุกๆปีต้องไปนิมนต์พระจากวัดอื่นมาจำพรรษา ต่อมาปี พ.ศ. 2530 ท่านก็ช่วยหาพระมาอยู่ประจำที่วัดป่าหวายนี้ ไปๆมาๆเลยได้มาบวชอีกครั้ง และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าหวาย จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะอำเภอให้เป็นผู้ดูแลวัดป่าหวาย


ในช่วงปี 2530-2533 ท่านได้เริ่มเรียนวิชาคาถาอาคมต่างๆ จากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับอย่างจริงจัง โดยเทียวไปเทียวมาต่อวิชาเพิ่มเติมอยู่เสมอ เนื่องจากวัดป่าหวาย และวัดหนองกรับห่างกันไม่กี่กิโลเมตร อีกทั้งสมัยที่อยู่วัดหนองกรับยังมีโอกาสศึกษาวิชากับหลวงพ่อทองศิษย์หลวงปู่วงษ์ วัดบ้านค่าย ผู้เป็นศิษย์เอกของหลวงปู่สังข์เฒ่า วัดเก๋งจีนอีกด้วย หลวงพ่อสาครเมตตาสอนวิชาให้ท่านอย่างไม่ปิดบัง ทั้งวิชาสร้างพระเครื่อง, เคล็ดวิชาบวงสรวงเสกแพะ วิชาทำน้ำมนต์ เจิมบ้าน,เจิมรถ และยังมอบผงพรายกุมารไว้เพื่อสร้างพระอีกด้วย


หลวงปู่รัตน์เริ่มสร้างวัดป่าหวายอย่างจริงจังเมื่อปีพ.ศ. 2534 โดยได้รับความช่วยเหลือจากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ เริ่มจากสร้างเมรุเผาศพก่อน เพราะสมัยนั้นเวลามีคนตายต้องนำไปเผาที่วัดหนองกรับ ต่อมาจึงเริ่มสร้างอุโบสถ เมื่อปี พ.ศ. 2537 และยกช่อฟ้าในปีพ.ศ. 2542 ตามด้วยการสร้างศาลา และกุฏิสงฆ์ตามลำดับ


หลวงปู่รัตน์ วัดป่าหวาย นับว่าเป็นพระเกจินักพัฒนาอีกทั้งยังรอบรู้เวทย์วิทยาคม ของครูบาอาจารย์สายระยองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบโดยแท้ จึงไม่แปลกที่วัตถุมงคลที่ท่านสร้างและปลุกเสก เช่น พระขุนแผนรุ่นแรก,สมเด็จนักเลงโต,แพะเขาควายฟ้าผ่า,ตะกรุดโทน, หนุมาน,เหรียญที่ระลึกรุ่นต่างๆล้วนได้รับความนิยม และเกิดประสบการณ์มากมายแก่ผู้ที่นำไปบูชา จนเป็นที่หวงแหนของลูกศิษย์ลูกหาและผู้เลื่อมใสศรัทธา ส่งผลให้มีราคาค่านิยมในการเช่าหาที่ค่อนข้างสูง


สกู๊ปพิเศษวันอาทิตย์


เปิดประวัติหลวงปู่รัตน์ วัดป่าหวาย ระยอง

เกจิสายวิชา"ปู่ทิม/ปู่ทาบ/พ่อลัด/พ่อสาคร


ทีมข่าวกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คัมภีร์นิวส์ ขอนำเสนอประวัติพระดีเกจิดังแห่งเมืองระยองที่กราบไหว้ได้สนิทใจอีกรูป..."หลวงปู่รัตน์ อตฺตสาโร" เจ้าอาวาสวัดป่าหวาย ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้รอบรู้ศาสตร์วิชาสายระยองอย่างครบถ้วน โดยสืบทอดพุทธาคมสายหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ โดยศึกษาร่ำเรียนจากหลวงพ่อสาคร มนุญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองกรับ ซึ่งเป็นหนึ่งในศิษย์เอกหลวงปู่ทิม


ท่านเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้งรูปสุดท้ายที่ได้รับมรดกจากหลวงปู่ทาบ ทั้งวิชาอาคม,สีผึ้งเขียว

และกระดานชนวนอายุนับร้อยปี อีกทั้งยังเคยติดตามหลวงปู่ทาบไปวัดหนองกะบอกแลกเปลี่ยนวิชากับหลวงพ่อลัด

จึงได้เคล็ดวิชาการสร้างเสกแพะ ตำราหลวงปู่อ่ำจากหลวงพ่อลัดมาอีกด้วย


ชาตภูมิท่านเป็นชาวอ.บ้านค่าย จ.ระยองโดยกำเนิด มีนามเดิมว่า "รัตน์" นามสกุล "บุญสม" เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 บิดาชื่อ "สด" มารดาชื่อ "แช่ม" เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน ครอบครัวมีอาชีพทำนา,ทำไร่ เป็นเกษตรกร เมื่ออายุ 7 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้ง ซึ่งท่านสนใจเรียนด้านคงกระพันและหนังเหนียว มากกว่าวิชาเรียนปกติ อีกทั้งชอบทดลองวิชาที่เรียนมาว่าได้ผลจริงไหม


หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4ก็ต้องออกมาช่วยครอบครัวทำงาน พอโตมา ก็เข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ถูกทหาร

กระทั่งอายุครบ 20 ปีจึงอุปสมบทที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้ง โดยมีหลวงพ่อลัด วัดหนองกะบอก เป็นพระอุปัชฌาย์ และจำพรรษาอยู่ที่นั่น เนื่องจากเป็นวัดใกล้บ้าน

ได้ศึกษาวิชาจากหลวงปู่ทาบ ซึ่งท่านเมตตาสอนให้แบบเต็มที่ ทั้งวิชาทำน้ำมนต์,การหุงสีผึ้งเขียว ซึ่งวิชาของหลวงปู่ทาบนั้นหนักไปทางด้านเมตตา


ต่อมาท่านได้สึกออกมามีครอบครัว

มีบุตร 3 คน แล้วย้ายครอบครัวมาประกอบอาชีพทำนา,ทำไร่อยู่แถวบ้านป่าหวาย สมัยก่อนแถบนี้ไม่มีวัด ไม่มีโรงเรียนพอจะทำบุญก็ต้องออกไปทำที่วัดหนองกรับจนชาวบ้านร่วมใจกันสร้างโรงเรียน ในบ้านป่าหวาย และสร้างวัดขึ้นด้วย แต่ก็ติดขัดไม่มีพระอยู่ประจำ ทุกๆปีต้องไปนิมนต์พระจากวัดอื่นมาจำพรรษา ต่อมาปี พ.ศ. 2530 ท่านก็ช่วยหาพระมาอยู่ประจำที่วัดป่าหวายนี้ ไปๆมาๆเลยได้มาบวชอีกครั้ง และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าหวาย จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะอำเภอให้เป็นผู้ดูแลวัดป่าหวาย


ในช่วงปี 2530-2533 ท่านได้เริ่มเรียนวิชาคาถาอาคมต่างๆ จากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับอย่างจริงจัง โดยเทียวไปเทียวมาต่อวิชาเพิ่มเติมอยู่เสมอ เนื่องจากวัดป่าหวาย และวัดหนองกรับห่างกันไม่กี่กิโลเมตร อีกทั้งสมัยที่อยู่วัดหนองกรับยังมีโอกาสศึกษาวิชากับหลวงพ่อทอง

ศิษย์หลวงปู่วงษ์ วัดบ้านค่าย ผู้เป็นศิษย์เอกของหลวงปู่สังข์เฒ่า วัดเก๋งจีนอีกด้วย

หลวงพ่อสาครเมตตาสอนวิชาให้ท่านอย่างไม่ปิดบัง ทั้งวิชาสร้างพระเครื่อง, เคล็ดวิชาบวงสรวงเสกแพะ วิชาทำน้ำมนต์ เจิมบ้าน,เจิมรถ และยังมอบผงพรายกุมารไว้เพื่อสร้างพระอีกด้วย


หลวงปู่รัตน์เริ่มสร้างวัดป่าหวายอย่างจริงจังเมื่อปีพ.ศ. 2534 โดยได้รับความช่วยเหลือจากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ เริ่มจากสร้างเมรุเผาศพก่อน เพราะสมัยนั้นเวลามีคนตายต้องนำไปเผาที่วัดหนองกรับ ต่อมาจึงเริ่มสร้างอุโบสถ เมื่อปี พ.ศ. 2537 และยกช่อฟ้าในปีพ.ศ. 2542 ตามด้วยการสร้างศาลา และกุฏิสงฆ์ตามลำดับ


กล่าวได้ว่า หลวงปู่รัตน์เป็นทั้งพระเกจินักพัฒนา และเกจิผู้รอบรู้เวทย์วิทยาคมของครูบาอาจารย์สายระยองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบโดยแท้ จึงไม่แปลกที่วัตถุมงคลที่ท่านสร้างและปลุกเสก เช่น พระขุนแผนรุ่นแรก,สมเด็จนักเลงโต,แพะเขาควายฟ้าผ่า,ตะกรุดโทน, หนุมาน,เหรียญที่ระลึกรุ่นต่างๆล้วนได้รับความนิยม และเกิดประสบการณ์มากมายแก่ผู้ที่นำไปบูชา จนเป็นที่หวงแหนของลูกศิษย์ลูกหาและผู้เลื่อมใสศรัทธา ส่งผลให้มีราคาค่านิยมในการเช่าหาที่ค่อนข้างสูง


นับว่าหลวงปู่รัตน์ วัดป่าหวาย ท่านเป็นช้างเผือกแห่งเมืองระยองอีกหนึ่งรูปที่สามารถกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ!


 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page