top of page
ค้นหา

คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ"ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ 31ม.ค.- 1 ก.พ. 2568

  • รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
    อ.อนุชา ทรงศิริ
  • 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

🤝คอลัมน์"จับชีพจรวงการพระ"


"ปู่พา"เกจิวัดฮ่องแฮ/สายเวทย์เมืองร้อยเอ็ด

"ปู่ทองดำ"เกจิอุบล/สายพุทธาคมสมเด็จลุน

"พ่อสุนทร"เกจิปากน้ำโพ/สายวิชา"พ่อเฮง"


จับชีพจรวงการพระ"กับ"นายขุนโหร" ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ 31ม.ค.- 1 ก.พ. 2568 เริ่มด้วยข้อคิดคำคมประจำวัน"...จงรู้จักขอบคุณ...ยินดี...และให้อภัย..."


🙏สุดสัปดาห์นี้แนะนำพระดีเกจิดังแห่งยุคอีก 3 รูป...เริ่มด้วยพระดีเกจิดังสายเวทย์ร้อยเอ็ด..."หลวงปู่พา สุนทโร" อายุ 95 ปี วัดฮ่องแฮ อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด สมญานาม"พระผู้เฒ่าหมอธรรมกระหม่อมเหล็ก" ท่านเป็นศิษย์พุทธาคมหลวงปู่ลุน (พระครูปราการสีลคุณ) เกจิดังวัดโนนสวรรค์ หลังบวชสอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก ท่านชื่นชอบเรื่องวิชาอาคม ตำรับตำราต่างๆจึงศึกษาวิชากับหลวงปู่ลุน ซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่โส สำนักบ้านฟ้าเลื่อม ซึ่งชาวร้อยเอ็ดและใกล้เคียงรู้ในกิตติศัพท์เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ได้ศึกษาสรรพวิชาต่างๆจาก เกจิอาจารย์ดังๆอีกหลายท่านในเขต อำเภอปทุมรัตน์ อาทิ พระครูเกษตรสารพิศิษฐ์ (หลวงปู่อ่วม บ้านโคกทม) พระครูประทุมทิพพาจารย์ (หลวงปู่ตอ วัดสระบัว) ฯลฯ


ท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสและช่วยพัฒนาวัดสุทธาวาส จ.ร้อยเอ็ด จนกระทั่งปี2560 จคงกลับมาจำพรรษาที่วัดฮ่องแฮบ้านเกิดจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ท่านเป็นเกจิหนึ่งเดียวในประเทศที่สักยันต์ใต้เพดานในช่องปาก และที่กลางกระหม่อมศีรษะสักอักขระยันต์หมวกเหล็ก ยันต์ครูชั้นสูงที่มีคสามศักดิ์สิทธิ์ ทหารชอบสักมากที่สุด เป็นยันต์อมตะและน้อยคนนักที่จะได้สัก


🙏พระดีเกจิดังเมืองดอกบัว...หลวงปู่ทองดำ โอภาโส อายุ 87 ปี วัดบ้านโบกม่วง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เจ้าอาคมแห่งดินแดนไทย-ลาว สายตรงสมเด็จลุนแท้ๆที่ร่ำเรียนวิชาจากตำราจริงจากหลวงปู่ญาท่านดม (ตำนานมนต์ดำขั้น9)วัดอรุณธราราม และหลวงปู่จันทร์หอม วัดบุ่งขี้เหล็ก เจ้าของตำนานตะกรุดผูกคอแมว สมัยเป็นฆราวาสข้ามฝั่งไปอยู่ประเทศลาวไปทำยาสมุนไพรช่วยรักษาคน บางครั้งเขาไม่มีเงินจ่ายค่ายา ท่านก็ขอเอาวิชาตำราของฝั่งลาวเป็นค่าตอบแทนท่านบวชที่วัดอรุณธรารามเมื่อปี 2540 และได้ศึกษาวิชากับญาท่านดม เจ้าอาวาสซึ่งเรียนวิชาสายสำเร็จลุน ได้วิชามาหลายอย่างจนถึงสายอาคมมนต์ดำ หลังจากนั้นย้ายมาอยู่เรียนวิชากับหลวงปู่จันทร์หอม วัดบุ่งขี้เหล็ก จนถึงขั้นหลวงปู่จันทร์หอมไว้วางใจให้จารยันต์ตะกรุดแทน


ช่วงหนึ่งท่านได้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดที่จังหวัดสกลนคร จนกระทั่งชาวบ้านโบกม่วง อ.เขมราฐไปนิมนต์กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านโบกม่วง จากการที่ใช้ตำราครูบาอาจารย์บ่อยๆ ท่านจึงจำคาถาต่างๆได้แล้วนำตำราสมเด็จลุนมาคัดลอกเอายันต์และคาถามาไว้ในสมุดและเรียบเรียงใหม่เพื่อให้คนรุ่นใหม่อ่านและเข้าใจได้ง่ายขึ้น จนถึงทำตะกรุดของตนเองมาไว้แจกชาวบ้าน เวลาชาวบ้านโดนสิ่งชั่วร้ายโดนของโดนผีเข้าก็มานิมนต์ท่านไปปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและไล่ผีให้เสมอ


🙏พระดีเกจิดังเมืองปากน้ำโพ...พระราชวชิรสุนทร "หลวงปู่สุนทร ขนฺติโก" อายุ 89 ปี เจ้าอาวาสวัดท่าพระเจริญพรต (วัดบ้านมะเกลือ) ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พระเถระที่มีอายุกาลพรรษาสูงรูปหนึ่งของนครสวรรค์ มีความสมถะ มีเมตตาสูง ไม่ถือยศ อ่อนน้อมถ่อมตน ศิษย์สืบสายวิชาอาคมตำราของหลวงพ่อเฮง อดีตเกจิดังวัดเขาดินใต้ เกจิอาคมขลังที่มีวัตถุมงคลดังประเภทเขี้ยวเสือแกะ โดยร่ำเรียนจากพระครูนิจิตธรรมประวุฒิ (หลวงพ่อแขก เกสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาดินเหนือ ศิษย์สายหลวงพ่อเฮง วัดเขาดินใต้)


นอกจากนี้ ยังฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่อินทร์ วัดเกาะหงษ์ ได้รับการถ่ายทอดวิชาหุงน้ำมันมนต์เพื่อใช้รักษากระดูก แตก หัก โดยหลวงปู่อินทร์ขึ้นเรือมาที่วัดบ้านมะเกลือเพื่อสอนวิธีการหุงน้ำมันมนต์ และการใช้น้ำมันมนต์เพื่อรักษาคนป่วย เกี่ยวกับกระดูกให้หลวงพ่อสุนทร ปัจจุบันยังมีญาติโยมคนป่วยเกี่ยวกับกระดูก แตก หัก มาให้ท่านเป่าประสานให้เป็นประจำ และน้ำมันต์ของท่านยังเป็นที่นิยมด้านการรักษากระดูกเป็นอย่างมาก ในด้านวัตถุมงคล ท่านดำริให้จัดทำเมื่อเวลามีความเหมาะสม มีความพร้อม ไม่ใช่จัดทำจากเหตุผลเชิงพุทธพาณิชย์


"นายขุนโหร


 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page