สิ้น"หลวงพ่อมหาขาบ"วัดโพธิ์ท่าเตียน/83ปี ศิษย์พ่ออบวัดถ้ำแก้ว/อ.สงค์ ปราณบุรี ตำนานอดีตเกจิสายเหนียวแห่งเมืองเพชร
- อ.อนุชา ทรงศิริ

- 26 ธ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
สิ้น"หลวงพ่อมหาขาบ"วัดโพธิ์ท่าเตียน/83ปี
ศิษย์พ่ออบวัดถ้ำแก้ว/อ.สงค์ ปราณบุรี
ตำนานอดีตเกจิสายเหนียวแห่งเมืองเพชร
วงการสงฆ์สูญเสียพระดีเกจิดังไปอีกองค์ ทีมข่าว"คัมภีร์นิวส์"น้อมถวายความอาลัย
ในการจากไปของพระครูวชิรญาณโกวิท หรือ"หลวงพ่อมหาขาบ โกวิโท" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ( วัดโพธิ์ท่าเตียน ) คณะ6 แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 21.30 น. ที่โรงพยาบาลธนบุรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ สิริอายุ 83 ปี 64 พรรษา
หลวงพ่อมหาขาบพื้นเพท่านเป็นชาวเพชรบุรี มีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ งหลวงพ่ออบ วัดถ้ำแก้ว เกจิสายเหนียวแห่งเมืองเพชร สมัยที่หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ยังมีชีวิตอยู่ ถ้ามีลูกศิษย์ชอบสายเหนียว ท่านไล่ให้ไปหาหลวงพ่ออบ วัดถ้ำแก้ว และรับรองว่าองค์นี้เหนียวจริง เมื่อหลวงพ่อแดงมรณภาพในปี2517 ชื่อเสียงหลวงพ่ออบยิ่งดังเหมือนพลุแตก ถนนทุกสายหลั่งไหลมาที่วัดถ้ำแก้ว หลวงพ่อมหาขาบเป็นหลานแท้ๆจึงได้รับถ่ายทอดวิชาอาคมไว้ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้เรียนวิชาจากหลวงปู่สี วัดปากคลองบางครก,หลวงพ่อพระมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ ชัยนาท ยุคแรกๆด้วย อีกทั้งเคยนั่งปรกปลุกเสกและได้รับคำชื่นชมจากหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลีอีกด้วย
ที่สำคัญ ท่านเป็นศิษย์เอกของ"อาจารย์สงค์"แห่งค่ายธนะรัชต์ ปราณบุรี ฆราวาสขมังเวทย์สายเหนียวซึ่งพ่อของท่านเป็นศิษย์หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าและถ่ายทอดวิชาให้ หลังสิ้นอาจารย์สงค์ตำราที่เป็นสมุดข่อยได้ส่งมอบต่อให้พระมหาขาบ ซึ่งนับว่าเป็นศิษย์คนสุดท้ายของท่าน
จากข้อมูลที่บันทึกไว้ อาจารย์สงค์ท่านรับราชการทหารเป็นจ่าสิบเอกประสงค์ ยงพลจุลศร เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2520 ที่โรงพยาบาลค่ายธนะรัชต์ และฌาปนกิจเมื่อวันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม 2520 ณ เมรุวัดวังพงค์ มีเหตุเผาไม่ไหม้ต้องจุดธูปบอกหลวงปู่ศุขและยิงปืน 9 นัด จึงเผาสำเร็จ
หลังจากฝึกฝนอยู่หลายปี พระมหาขาบเริ่มเปิดตัวลงน้ำมันตำรับอาจารย์สงค์ เมื่อลงน้ำมันเสร็จจะลองด้วยมีดโกนแบบโบราณจนชื่อเสียงขจรขจายเรื่องสายเหนียว งานพุทธาภิเษกที่ไหน ถ้าท่านไปร่วมด้วย ส่วนมากคนที่อยูในพิธีมักขอให้ท่านลอง และท่านก็ลองทุกครั้ง
ท่านเป็นพระที่เรืองวิทยาคมและภายหลังค้นหาวิถีทางจิตมุ่งหลุดพ้นอย่างเดียว
ขณะที่ท่านกำลังดังสุดๆก็ละทิ้งทุกอย่าง บินไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียอยู่หลายปีจนจบปริญญาโท เมื่อศึกษาธรรมของพระพุทธเจ้าจนเห็นว่าวิชาไสยศาสตร์ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ เมื่อกลับมาอยู่เมืองไทย ท่านจึงเลิกวิชาไสยศาสตร์ทุกชนิดกลับมาเป็นพระธรรมดาที่อยู่ประจำวัด ชื่อเสียงท่านจึงเริ่มถดถอย และลืมเลือนไปในที่สุด














ความคิดเห็น