top of page
ค้นหา

เปิดตำนาน"“หลวงพ่อชม-หลวงปู่หวล" 2เกจิดังผู้สร้างสรรค์วัดพุทไธศวรรย์

รูปภาพนักเขียน: อ.อนุชา ทรงศิริ
อ.อนุชา ทรงศิริ
26 ก.ย.
ยาว 1 นาที

เปิดตำนาน"“หลวงพ่อชม-หลวงปู่หวล"

2เกจิดังผู้สร้างสรรค์วัดพุทไธศวรรย์


วัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรี อยุธยา เป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสมัยอยุธยา ตามประวัติศาสตร์กล่าวกันว่า เป็นวัดที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.1896 รวมอายุจนถึงปัจจุบัน (ปี2569) 673 ปี


สมัยกรุงศรีอยุธยามีบันทึกเกี่ยวกับวัดไว้ในหลายช่วง ซึ่งบอกเล่าว่าที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ หรือแม้แต่เป็นสถานที่ตั้งค่ายรบ อีกทั้งเล่าขานกันว่าอดีตวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกอาวุธยุทโธปกรณ์ของทหารก่อนที่จะออกศึกสงคราม จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้านอยู่ยงคงกระพัน


ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์มีการบันทึกอ้างถึงวัดพุทไธศวรรย์หลายครั้ง โดยในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ทรงสถาปนาให้วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ


อดีตเจ้าอาวาสที่มีชื่อเสียงและบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัดที่ต้องกล่าวขานถึงก็คือ "หลวงพ่อชม พรหมโชติ" (พระครูอุปเทศธรรมวินัย) ยอดพระเกจิผู้มีภูมิหลังอันน่าอัศจรรย์ ท่านได้ศึกษาวิชาอาคมจากสำนักวัดบ้านฟ้าเลื่อม ซึ่งเป็นตักศิลาแห่งภาคอีสานที่มีความเกรียงไกรเทียบเท่าสำนักวัดประดู่ทรงธรรมแห่งกรุงเก่า และสำนักเขาอ้อแห่งภาคใต้


ท่านเป็นผู้สำเร็จวิชา "พญาเสือโคร่ง" อันลือลั่น ที่เคยแสดงปาฏิหาริย์นั่งสมาธิแปลงร่างเป็นเสือโคร่งให้ศิษย์ได้ประจักษ์เป็นขวัญตา เมื่อท่านได้มาปกครองวัดพุทไธสวรรค์ ท่านได้สร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวง ทั้งในด้านการบริหารคณะสงฆ์ การบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะ ตลอดจนการเมตตารักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ชาวบ้าน จนชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วเมืองกรุงเก่า


ท่านจำพรรษาอยู่วัดต่างๆ ในเขตอยุธยาและท้องถิ่นใกล้เคียงหลายวัด

โดยกล่าวกับลูกศิษย์อยู่เสมอว่า ท่านไม่ชอบอยู่วัดไหนนาน ยิ่งเป็นวัดที่เจริญแล้วมั่นคงแล้วยิ่งไม่อยากอยู่ ท่านชอบแสดงฝีมือในการก่อสร้างบูรณะ โดยอาศัยวิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาเป็นเครื่องช่วยค้ำจุนหนุนนำ ทำให้เกิดความสำเร็จอย่างรวดเร็วทุกวัด วิชาความรู้ทางด้านไสยเวท แพทย์แผนโบราณและคาถาอาคมต่างๆ


วัดที่ท่านย้ายไปจำพรรษาอยู่นั้น เสนาสนะที่สำคัญและเป็นหลักของวัด เช่น โบสถ์ และการเปรียญ ล้วนแล้วแต่สำเร็จลงด้วยฝีมือและวิชาความรู้ของท่านทั้งนั้น จนกระทั่ง พระญาณไตรโลก ( ฉาย คงฺคสุวณฺโณ )เจ้าคณะจังหวัดอาราธนาให้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสปกครองดูแลและบูรณะพัฒนาวัดพุทไธศวรรย์ ก่อนมรณภาพลงเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2475 สิริอายุ 65 ปี 45 พรรษา


ในด้านวัตถุมงคล หลวงพ่อชมได้ทิ้งมรดกชิ้นเอกไว้ให้แก่แผ่นดิน คือเหรียญรุ่นแรก ปี พ.ศ. 2470 ซึ่งจัดสร้างขึ้นเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น และได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งใน "เบญจภาคีพระเหรียญประจำจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา" อันได้แก่


1.หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ

2.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก

3.หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ

4.หลวงพ่อชม วัดพุทไธสวรรค์

5.หลวงพ่อเพ็ชร วัดนนทรีย์


ด้วยจำนวนการสร้างที่น้อยมาก ทำให้เหรียญรุ่นนี้กลายเป็นวัตถุมงคลที่หาชมได้ยากยิ่ง บ้างก็ว่า หายากกว่าเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ

ด้านพุทธคุณครบเครื่อง ทั้งมหาอำนาจเมตตามหานิยม และแคล้วคลาดคงกระพัน เป็นที่เสาะแสวงหาและหวงแหนของนักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศ


อดีตเจ้าอาวาสอีกหนึ่งองค์ที่มีคุณูปการแก่วัดและมีผู้เลื่อมใสศรัทธาอย่างมากก็คือ พระพุทไธศวรรย์วรคุณ หรือ"หลวงพ่อหวล ภูริภัทโท" ท่านเป็นชาวอ่างทอง เกิดวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2472 บวชที่วัดพุทไธศวรรย์ จบนักธรรมชั้นเอก ปกครองวัดตั้งแต่ปี2498 จนมรณภาพเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2563 สิริอายุ 91 ปี 70 พรรษา


ท่านมีชื่อเสียงมากในเรื่องการสร้างและปลุกเสกวัตถุมงคลประเภท "เหล็กไหล" ที่ลูกศิษย์และนักสะสมนิยมแสวงหา

โดยเฉพาะในช่วงสมัยที่ เป็นเจ้าอาวาส ก็ได้ทำพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหล็กไหล ใครรับไปบูชาก็รอดพ้นจากอันตราย ไม่มีใครทำร้ายได้

ท่านเป็นกำลังสำคัญในการทะนุบำรุงและปรับปรุงฟื้นฟูวัดพุทไธศวรรย์ให้มีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป โดยเป็นผู้นำในการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถาน โบราณวัตถุภายในวัดให้มีสภาพสวยงามมั่นคงแข็งแรง อุโบสถ วิหาร พระพุทธรูปภายในพระระเบียงรอบองค์พระปรางค์ พระพุทธรูปภายในวิหารต่างๆ หลายหลังเท่าที่สามารถทำได้


นอกจากนี้ ท่านยังได้พัฒนาปรับปรุงพื้นที่ว่างภายในวัดให้เป็นระเบียบ สวยงาม เช่น จัดทำสวนดอกไม้ประดับ และปลูกสวนป่าตามโครงการของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เป็นต้น


ด้านการสร้างพระเครื่อง-วัตถุมงคลนั้น เป็นศิษย์สืบทอดพระเวทวิทยาคมสายวัดประดู่ทรงธรรมจากหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช มีวิชาเล่นแร่ แปรธาตุ ถึงขนาดลูกศิษย์ลูกหาร่ำลือกันว่า หลวงพ่อหวลตัดเหล็กไหลหลอมเหล็กไหลได้


วัตถุมงคลประเภทเหรียญรุ่นแรก มีประสบการณ์โด่งดังแพร่สะพัดไปทั่วตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 ส่วนเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา จะนำไปพัฒนาวัดและส่งเสริมด้านการศึกษาทั้งสิ้น

 
 
 

ความคิดเห็น


  • generic-social-link
  • generic-social-link
  • youtube

©2020 by kampeenews. Proudly created with Wix.com

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสระบุรี คนทั่วไปจะต้องคิดถึง “รอยพระพุทธบาท” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง เดียวในประเทศไทย ที่มีรอยพระพุทธบาทของแท้ประทับรอยอยู่ ในแต่ละปีจะมีทั้งพระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตั้งใจเดินทางมากราบนมัสการ เพราะถือว่าหากได้เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีแล้ว เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตก็ว่าได้

 ไม่ใช่ว่าสระบุรีจะมีแต่สถานที่เท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเกจิอาจารย์ของสระบุรีที่มากไปด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันโด่งดังไปทั่วภูมิภาคและในท้องถิ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ, พระอุปัชฌาย์กาน วัดโคกโพธิ์, อุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย, หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เป็นต้น

 และยังมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ข้อวัตรงดงามยิ่ง โดยเฉพาะวางอุเบกขาได้อย่างยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาบารมีแก่คนทุกชั้นทุกกระดับอย่างเสมอภาค พระสงฆ์รูปนั้นคือ “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อเฮ็น แห่งวัดดอนทอง” ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านถึงจะสร้างไว้ไม่เก่ามาก แต่ความนิยมในหมู่นักสะสมก็ไม่ธรรมดา

 โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก” และ “พระกริ่งดอนทอง” สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อย

 ตามประวัติ หลวงพ่อเฮ็นท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2454 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีกุน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โยมบิดาชื่อนายอยู่ โยมมารดาชื่อนางเขียว ศิริวงษ์ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร

 เมื่ออายุได้ 8 ขวบได้ ไปศึกษาอักขระสมัยทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งอยู่ไกล้บ้านของท่าน พออ่านออกเขียนได้ก็ลาจากวัดมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ท่านเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญอดทนกว้างขวางมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านกะวาปาลาย แขวงเมืองกำพงธม เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่กัดปลา ข้องอ้อย ฯลฯ เวลามีงานวัดมักจะนัดตีกันเป็นประจำ

 สำหรับนายเฮ็นพรรคพวกเพื่อนฝูงย่องให้เป็นลูกพี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดามารดาวิตกเกรงว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2474 ปีมะแม เมื่อนายเฮ็นมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงทำการอุปสมบทให้ ณ พัทสีมาวัดพรรณนารายณ์ ตำบลกะวา อำเภอปาลาย แขวงเมืองกัมพงธม ประเทศกัมพูชา (เขมร) โดยมี พระอุปัชฌาย์แก้ว วัดพรรณนารายณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ให้ฉายว่า “สิริวังโส”

 เมื่อบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณนารายณ์ ทำอุปัชฌาย์วัตรอาจาริยวัตรตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ และศึกษาพระธรรมวินัยท่องบ่นสวดมนต์จนจบทุกยุคทุกคัมภีร์ มีอุตสาหะจดจำได้แม่นยำและเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง

 สิ่งสำคัญได้ศึกษาเล่าเรียนในด้านคาถาอาคมจนมีความชำนาญ เจนจัดด้านวิชาแขนงต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อแก้ว วัดพรรณนารายณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์รอนแรมมาตามป่าและภูเขาเพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

 ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ “วัดดอนทอง” เมื่อปี 2479 ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นั่นได้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านดอนทองมาก ด้วยมีศีลาจารวัตรงดงาม ครั้นเมื่อ หลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดดอนทอง มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อเฮ็น ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ปี 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมทร”

 หลวงพ่อเฮ็น ได้สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ อาทิ ผ้ายันต์อุษาสวรรค์ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการใช้ก่อนออกจากบ้าน ให้นำผ้ายันต์อุษาสวรรค์ เช็ดหน้าจากซ้ายไปขวาสามครั้ง ว่ากันว่าจะมีเสน่ห์ไปตลอดทั้งวัน

 หลวงพ่อเฮ็นมรณภาพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 สิริอายุได้ 89 ปี

 สำหรับวัตถุมงคล “ผ้ายันต์อุษาสวรรค์” นั้น เซียนพระเครื่องต่างเสาะแสวงหาสะสมกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหรียญรุ่นแรก “เหรียญเสมาหลวงพ่อเฮ็นรุ่นแรก ปี 2529” ยังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คณะศิษย์จัดสร้างถวายมุทิตาสักการะในโอกาสครบรอบอายุ 75 ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบเสมา มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

 ด้านหน้าเหรียญตรงกลาง เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเฮ็นนั่งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ 3 ชั้น ด้านใต้ฐานอาสนะเขียนคำว่า “หลวงพ่อเฮ็น สุวรรณศรัทธา” ด้านในขอบโค้งใบเสมาด้านซ้ายล่าง เขียนว่า “พ.ศ.๒๕๒๙” ส่วนด้านขวาของเหรียญเขียนว่า “อายุ ๗๕ ปี” ด้านหลังเหรียญ ตรงกลาง เป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดดอนทอง” ขอบโค้งด้านล่าง เขียนคำว่า “ต.ดงตะงาว กิ่ง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี” ถือเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในวงการ มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้านทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

 ส่วนวัตถุมงคลที่กำลังมาแรงอีกพิมพ์ "พระกริ่งดอนทอง" เป็นรุ่นแรกที่สร้างในวาระหลวงพ่อเฮ็น ครบ 7 รอบ 84 ปี นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ ที่ท่านได้มอบหมายให้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้านรูปลักษณ์พิมพ์ทรงที่ได้เน้นความสวยงามคมชัด รวมทั้งในด้านเนื้อหาซึ่งได้มอบชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแผ่นจารตะกรุดสามพี่น้องของหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง ชนวนกริ่งญาณวิทยาคมพร้อมตะกรุดสาม กษัตริย์ของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และแผ่นจารตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเฮ็น

 ทั้งหมดได้นำมาหลอมผสมผสานเพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ ทรงคุณวิเศษยิ่งควรค่าแก่การบูชา ได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2537 จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ สมทบทุนอาหารกลางวัน และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ วัตถุมงคลรุ่นนี้ผู้ที่มีไว้ครอบครองเคยมีประสบการณ์กันมาแล้วในหลายๆด้าน เด่นทางเมตตา มหานิยม ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ

 “พระกริ่งดอนทองรุ่นแรก” ที่จัดสร้างขึ้นเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 84 องค์ เนื้อเงินจำนวน 500 องค์ เนื้อนวะจำนวน 500 องค์ เนื้อทองเหลืองจำนวน 200 องค์ ด้านหลังตอกโค้ด “นะ พุท ธา” ชัดเจน เป็นวัตถุมงคลที่มาแรง พิมพ์สวยมีอนาคต ของปลอมแปลงยังไม่มี สนนราคาวิ่งแบบไม่คงที่ ขึ้นติดอยู่ในระดับหลักพันกลางๆ  

 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮ็นจึงเปี่ยมล้นด้านพุทธคุณ ทั้งคลาดแคล้วคงกระพันชาตรี, เมตตาค้าขายมหาเสน่ห์ และแก้อาถรรพณ์มนต์ดำขับไล่เสนียดจัญไรทั้งปวง เก็บสะสมไว้ไม่มีคำว่าผิดหวัง ในไม่ช้าไม่นานจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่มากด้วยราคาและหายากยิ่ง

 นักสะสมมือใหม่รีบหาไว้บูชาด่วน!!!

bottom of page